จันทร์เพ็ญเข้าไปสู่กลีบเมฆ. ท้าวเธอ ทรงมีพระหฤทัยปฏิพัทธ์ในหญิง
นั้น เป็นประหนึ่งว่า ถึงอาการพลัดตกจากคอช้าง ทรงรีบกระทำประ-
ทักษิณพระนครแล้ว เสด็จเข้าสู่ภายในพระราชวัง ตรัสกะอำมาตย์คน
สนิทนายหนึ่งว่า "ปราสาทที่เราแลดูในที่โน้น เธอเห็นไหม ?"
อำมาตย์. เห็น พระเจ้าข้า.
พระราชา. เธอได้เห็นหญิงคนหนึ่งในปราสาทนั้นไหม ?
อำมาตย์. ได้เห็น พระเจ้าข้า.
พระราชา. เธอจงไป. จงรู้ความที่หญิงนั้น มีสามีหรือไม่มีสามี.
อำมาตย์นั้นไปแล้ว ทราบความที่หญิงนั้นมีสามี จึงมากราบทูล
แก่พระราชาว่า "หญิงนั้นมีสามี." ทีนั้น เมื่อพระราชา ตรัสว่า
" ถ้ากระนั้น เธอจงเรียกสามีของหญิงนั้นมา," อำมาตย์นั้น ไปพูดว่า
" มานี่แน่ะ นาย, พระราชารับสั่งหาท่าน," บุรุษนั้น คิดว่า "อัน
ภัยพึงบังเกิดขึ้นแก่เรา เพราะอาศัยภรรยา" เมื่อไม่อาจจะขัดขืนพระ-
ราชอาญา จึงได้ไปถวายบังคมพระราชา ยืนอยู่แล้ว. ขณะนั้นพระราชา
ตรัสกะบุรุษนั้นว่า "เธอจงบำรุงเรา."
บุรุษ. ข้าแต่สมมติเทพ อย่าเลย. ข้าพระองค์ ทำการงานของตน
ถวายส่วยแด่พระองค์อยู่, การเลี้ยงชีพนั้นแล จงมีแก่ข้าพระองค์เถิด.
พระราชาตรัสว่า "เราไม่มีความต้องการด้วยส่วยของเธอ, จำเดิม
แต่วันนี้ไป เธอจงบำรุงเรา" แล้วให้พระราชทานโล่และอาวุธแก่บุรุษ
นั้น.
ได้ยินว่า พระราชา ได้ทรงดำริอย่างนี้ว่า "เราจักยกโทษบาง
อย่างของเขาขึ้นแล้วฆ่าเสีย ริบเอาภรรยา." ทีนั้น เขากลัวแต่มรณภัย