Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 41 หน้าที่ 158

เล่ม มมร. 41 หน้า 158 ข้อ 15
กำลังเดือดพล่าน (จมลงไป) ถึงพื้นภายใต้ ๓ หมื่นปีแล้ว (ลอยขึ้นมา) ถึงที่ขอบปากโดย ๓ หมื่นปีอีก. สัตว์นรกเหล่านั้น ยกศีรษะขึ้นแลดูกัน และกันแล้ว ปรารถนาเพื่อจะกล่าวคาถาตนละคาถา ( แต่ ) ไม่อาจ จะกล่าวได้ จึงกล่าวอักษรตนละอักษร แล้วหมุนกลับไปสู่โลหกุมภี อย่างเดิม. พระราชา เมื่อไม่ทรงได้การหลับ ได้ยินเสียงนั้นในระหว่างแห่ง มัชฌิมยาม ทรงหวาดหวั่น มีพระทัยสะดุ้ง ทรงดำริว่า "อนตราย แห่งชีวิต จักมีแก่เราหรือหนอ ? หรือจักมีแก่พระอัครมเหสี. หรือ ราชสมบัติของเราจักพินาศ ?" ไม่อาจหลับพระเนตรทั้งสองได้ตลอดคืน ยังรุ่ง. พอเวลาอรุณขึ้น ท้าวเธอรับสั่งให้หาปุโรหิตมาแล้ว ตรัสว่า " อาจารย์ เสียงที่น่ากลัวอย่างใหญ่ เราได้ยินในระหว่างแห่งมัชฌิมยาม. เราไม่ทราบว่า 'อันตรายจักมีแก่ราชสมบัติ หรือแก่พระมเหสี แก่เรา หรือแก่ใคร ?' เพราะเหตุนั้น เราจึงให้เชิญท่านมา." พราหมณ์โง่ให้พระราชาบูชายัญ ปุโรหิต. ข้าแต่มหาราช เสียงที่พระองค์ทรงสดับอย่างไร ? ราชา. อาจารย์ เราได้ยินเสียงเหล่านี้ว่า ' ทุ. สะ. นะ. โส.' ท่าน จงใคร่ครวญผลสำเร็จแห่งเสียงเหล่านี้ดู. เหตุอะไร ๆ ย่อมไม่ปรากฏแก่พราหมณ์ ราวกะเข้าไปสู่ที่มืดใหญ่. ปุโรหิตนั้นกลัวว่า "ก็เมื่อเราทูลว่า 'ข้าพระองค์ไม่ทราบ' ดังนี้ ลาภ สักการะของเราจักเสื่อม" จึงทูลว่า 'ข้าแต่มหาราช เหตุนี้หนัก."
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka