พระเถระอาศัยเหตุสักว่าน้ำ กระทำเราให้เป็นคนมักพูดเท็จ ในวันนี้
เพราะเหตุที่เราบริโภคภัตกำมือหนึ่งในสกุลอุปัฏฐากของตน จึงกล่าวกะ
เราว่า ' บรรพชิตกระทำวิญญัติบริโภค ย่อมไม่ควร' แม้ผ้าท่านก็ให้แก่
ภิกษุผู้บำรุงตนเท่านั้น; โอ ! กรรมของพระเถระหนัก, เราจักรู้สิ่งที่เรา
ควรกระทำแก่พระเถระนั้น" ในวันรุ่งขึ้น เมื่อพระเถระเข้าไปสู่บ้าน.
ส่วนตนพักอยู่ในวิหาร จับท่อนไม้ ทุบวัตถุทั้งหลาย มีภาชนะสำหรับ
ใช้สอยเป็นต้น แล้วจุดไฟที่บรรณศาลาของพระเถระ, สิ่งใดไฟไม่ไหม้,
เอาพลองทุบทำลายสิ่งนั้นแล้วออกหนีไป กระทำกาละแล้ว เกิดในอเวจี
มหานรก. มหาชนตั้งเรื่องสนทนากันว่า " ได้ยินว่า สัทธิวิหาริกของ
พระเถระ ไม่อดทนเหตุสักว่าการกล่าวสอน โกรธเผาบรรณศาลาแล้ว
หนีไป. "
ต่อมาภายหลัง ภิกษุรูปหนึ่ง ออกจากกรุงราชคฤห์ ใคร่จะเฝ้า
พระศาสดา ไปถึงพระเชตวัน ถวายบังคมพระศาสดา อันพระศาสดา
ทรงกระทำปฏิสันถารแล้ว ตรัสถามว่า " เธอมาจากไหน ? ทูลว่า
"มาจากกรุงราชคฤห์ พระเจ้าข้า."
พระศาสดา. มหากัสสปบุตรเรา อยู่สบายหรือ ?
ภิกษุ. สบาย พระเจ้าข้า. แต่ว่า สัทธิวิหาริกของท่านรูปหนึ่ง
โกรธด้วยเหตุสักว่าการกล่าวสอน เผาบรรณศาลาแล้วหนีไป.
พระศาสดา ตรัสว่า "ภิกษุนั้น พึงโอวาทแล้วโกรธในบัดนี้
เท่านั้นหามิได้. แม้ในกาลก่อน ก็โกรธแล้วเหมือนกัน . และภิกษุนั้น
ประทุษร้ายกุฎีในบัดนี้เท่านั้นหามิได้. แม้ในกาลก่อน ก็ประทุษร้ายแล้ว
เหมือนกัน;" ดังนี้แล้ว ทรงนำอดีตนิทานมา (ตรัส) ว่า:-