Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 41 หน้าที่ 211

เล่ม มมร. 41 หน้า 211 ข้อ 15
ไม่ควรทำกรรมที่เดือดร้อนภายหลัง ในเวลาเย็น ภิกษุทั้งหลายสนทนากันในโรงธรรมว่า " แหม ! กรรมของนายมาลาการ น่าอัศจรรย์. เธอสละชีวิตเพื่อพระพุทธเจ้าผู้ยัง ดำรงพระชนม์อยู่ กระทำการบูชาด้วยดอกไม้แล้ว ได้ของพระราชทาน ชื่อว่าหมวด ๘ ล้วน ในขณะนั้นนั่นเอง." พระศาสดาเสด็จออกจาก พระคันธกุฎีแล้ว ไปสู่โรงธรรมด้วยการเสด็จไป ๓ อย่าง อย่างใด อย่างหนึ่ง ประทับนั่งบนพระพุทธอาสน์แล้ว ตรัสถามว่า " ภิกษุ ทั้งหลาย บัดนี้ เธอทั้งหลายนั่งประชุมกันด้วยกถาอะไรหนอ ?" เมื่อ ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า " ด้วยกถาชื่อนี้," จึงตรัสว่า "อย่างนั้นภิกษุ ทั้งหลาย ความเดือดร้อนในภายหลังย่อมไม่มี โสมนัสเท่านั้นย่อมเกิดขึ้น ในขณะที่ระลึกแล้ว ๆ เพราะบุคคลกระทำกรรมใด, กรรมเห็นปานนั้น อันบุคคลควรกระทำแท้" เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรม จึงตรัส พระคาถานี้ว่า:- ๙. ตญฺจ กมฺมํ กตํ สาธุ ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ ยสฺส ปตีโต สุมโน วิปากํ ปฏิเสวติ. "บุคคลทำกรรมใดแล้ว ย่อมไม่เดือดร้อนใน ภายหลัง เป็นผู้เอิบอิ่ม มีใจดี ย่อมเสวยผลของ กรรมใด, กรรมนั้นแล อันบุคคลทำแล้ว เป็น กรรมดี." แก้อรรถ บรรดาบทเหล่านั้น สองบทว่า ยํ กตฺวา ความว่า บุคคลกระทำ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka