ไปกับด้วยภิกษุนั้นนั่นแล ย้อมผ้าสาฎกที่กุฏุมพีถวายนุ่งแล้ว. แม้กุฎุมพี
พาช่างกัลบกไปให้ปลงผมของพระเถระ ให้คนลาดเตียงไว้แล้วเรียนว่า
" ท่านผู้เจริญ ขอท่านจงนอนบนเตียงนี้แหละ" นิมนต์พระเถระ
ทั้งสองรูป เพื่อฉันในวันพรุ่งนี้แล้ว ก็หลีกไป. ภิกษุเจ้าถิ่นไม่อาจอดกลั้น
สักการะที่กุฎุมพีทำแก่พระขีณาสพนั้นได้.
ด่าพระอรหันต์ด้วยอาการ ๔ มีโทษ
ครั้นเวลาเย็น เธอไปสู่ที่ที่พระเถระนั้นนอนแล้ว ด่าด้วยอาการ
๔ อย่างว่า " อาคันตุกะผู้มีอายุ ท่านเคี้ยวกินคูถ ประเสริฐกว่าการ
บริโภคภัตในเรือนของกุฎุมพี. ท่านให้ถอนผมด้วยแปรงตาล ประเสริฐ
ว่าการปลงผมด้วยช่างกัลบก ที่กุฎุมพีนำมา, ท่านเปลือยกายเที่ยวไป
ประเสริฐกว่าการนุ่งผ้าสาฎก ที่กุฏุมพีถวาย, ท่านนอนเหนือแผ่นดิน
ประเสริฐกว่าการนอนบนเตียง ที่กุฎุมพีนำมา." ฝ่ายพระเถระ คิดว่า
" คนพาลนี่ อย่าฉิบหายเพราะอาศัยเราเลย" ดังนี้แล้ว ไม่เอื้อเฟื้อถึง
การนิมนต์ ลุกขึ้นแต่เช้าตรู่ได้ไปตามสบายแล้ว. ฝ่ายภิกษุเจ้าถิ่น ทำวัตร
ที่ควรทำในวิหารแต่เช้าตรู่แล้ว เคาะระฆังด้วยหลังเล็บเท่านั้น ด้วยความ
สำคัญว่า " เวลานี้ เป็นเวลาเที่ยวภิกษา, แม้บัดนี้ ภิกษุอาคันตุกะ
หลับอยู่, เธอพึงตื่นด้วยเสียงระฆัง ดังนี้แล้ว เข้าไปสู่บ้านเพื่อ
บิณฑบาต แม้กุฎุมพีนั้น กระทำสักการะแล้ว แลดูทางมาของพระเถระ
ทั้งสอง เห็นภิกษุเจ้าถิ่นแล้ว ถามว่า " ท่านผู้เจริญ พระเถระไปไหน ?"
ทีนั้น ภิกษุเจ้าถิ่น กล่าวกะกุฎุมพีนั้นว่า " ผู้มีอายุ อย่าได้พูดถึงเลย
ภิกษุกุลุปกะของท่าน เข้าสู่ห้องน้อย ในเวลาที่ท่านออกไปเมื่อวาน