แล้ว. ชาวบ้าน ได้นำออกไป ถวายภิกษุแก่สามเณรโดยเคารพ
สามเณรนั้นรับภิกษาเพียงยังอัตภาพ. ให้เป็นไปแล้ว ไปสู่สำนักพระศาสดา
น้อมบาตรเข้าไปแล้ว. พระศาสดาตรัสว่า " นำมาเถิด ติสสะ " แล้ว
ทรงเหยียดพระหัตถ์รับบาตร ทรงแสดงแก่พระเถระว่า "สารีบุตร จง
ดูบาตรของสามเณรของเธอ." พระเถระรับบาตรจากพระหัตถ์ของพระ-
ศาสดา ให้แก่สามเณรแล้ว กล่าวว่า "เธอจงไปนั่งทำภัตกิจในที่ที่ถึง
แก่ตน." ชาวบ้านอังคาสภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน แล้วทูล
ขออนุโมทนากะพระศาสดา. พระศาสดาเมื่อจะทรงทำอนุโมทนา จึง
ตรัสอย่างนี้ว่า " อุบาสกและอุบาสิกาทั้งหลาย เป็นลาภของท่านทั้งหลาย
ซึ่งได้เห็นอสีติมหาสาวก คือ สารีบุตร โมคคัลลานะ กัสสป เป็นต้น
เพราะอาศัยสามเณรผู้เข้าถึงสกุลของตน ๆ. แม้เราก็มาแล้ว เพราะอาศัย
สามเณรผู้เข้าถึงสกุลท่านทั้งหลายเหมือนกัน. แม้การเห็นพระพุทธเจ้า
อันท่านทั้งหลายได้แล้ว เพราะอาศัยสามเณรนี้นั่นเอง, เป็นลาภของท่าน
ทั้งหลาย. ท่านทั้งหลายได้ดีแล้ว." มนุษย์ทั้งหลายคิดว่า " น่ายินดี !
เป็นลาภของพวกเรา. พวกเราได้เห็นพระผู้เป็นเข้าของพวกเรา ผู้สามารถ
ในการยังพระพุทธเจ้าและภิกษุสงฆ์ให้โปรดปราน. และย่อมได้ถวาย
ไทยธรรมแก่พระผู้เป็นเจ้านั้น." พวกมนุษย์ที่โกรธสามเณรกับยินดีแล้ว
พวกที่ยินดีแล้วเลื่อมใสโดยประมาณยิ่ง. ก็ในเวลาจบอนุโมทนา ชนเป็น
อันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดาปัตติผลเป็นต้นแล้ว พระศาสดา
เสด็จลุกจากอาสนะหลีกไปแล้ว. มนุษย์ทั้งหลายตามส่งเสด็จพระศาสดา
ถวายบังคมแล้วกลับ.
พระศาสดา เสด็จไปด้วยพระธุระอันเสมอกับสามเณร ตรัสถาม