Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 41 หน้าที่ 282

เล่ม มมร. 41 หน้า 282 ข้อ 15
สักการะคือปัจจัย๑ ๔ อันไม่ชอบธรรม คือไม่พึงห้ามสักการะอันชอบ ธรรมนั้นนั่นแล พึงเจริญวิเวก มีกายวิเวกเป็นต้น. บรรดาวิเวกเหล่านั้น ความเป็นผู้มีกายโดดเดี่ยว ชื่อว่ากายวิเวก, สมาบัติ๒ ๘ ชื่อว่าจิตตวิเวก พระนิพพาน ชื่อว่าอุปธิวิเวก๓. บรรดาวิเวกเหล่านั้น กายวิเวก ย่อมบรรเทาความคลุกคลีด้วยหมู่, จิตตวิเวก ย่อมบรรเทาความหมักหมมด้วยกิเลส, อุปธิวิเวก ย่อมบรรเทา ซึ่งความเกี่ยวข้องด้วยสังขาร; กายวิเวก ย่อมเป็นปัจจัยแห่งจิตตวิเวก, จิตตวิเวก ย่อมเป็นปัจจัยแห่งอุปธิวิเวก. สมจริงดังคำที่พระสารีบุตรเถระ แม้กล่าวไว้ว่า "กายวิเวกของผู้มีกายสงบแล้ว ยินดียิ่งแล้วในการออก บวช, จิตตวิเวกของผู้มีจิตบริสุทธิ์แล้ว ถึงความผ่องแผ้วอย่างยิ่ง, และอุปธิวิเวกของบุคคลผู้ไม่มีอุปธิ ถึงพระนิพพาน๔" พึงเจริญ คือ พึงพอกพูน อธิบายว่า พึงเข้าไปสำเร็จวิเวก ๓ นี้อยู่. ในเวลาจบเทศนา ชนเป็นอันมาก บรรลุอริยผลทั้งหลาย มี โสดาปัตติผลเป็นต้น ดังนี้แล. เรื่องพระวนวาสีติสสเถระ จบ. พาลวรรควรรณนา จบ. วรรคที่ ๕ จบ. ๑. จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานเภสัช. ๒. รูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔. ๓. อุปธิมี ๔ คือ ขันธูปธิ, กิเลสสูปธิ, อภิสังขารูปธิ, กามูปธิ. ๔. ขุ. มหา. ๒๙/๑๗๒.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka