Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 41 หน้าที่ 309

เล่ม มมร. 41 หน้า 309 ข้อ 16
แล้ว. ครั้นเสด็จข้ามแม่น้ำแม่นั้นไปได้แล้ว ทอดพระเนตรเห็นแม้แม่น้ำ อื่นอีก จึงตรัสถามว่า "แม่น้ำนี้ชื่ออะไร ?" อำมาตย์. แม่น่านี้ชื่อว่าจันทภาคานที พระเจ้าข้า. พระราชา. แม่น้ำนี้ประมาณเท่าไร ? อำมาตย์. ทั้งส่วนลึก ทั้งส่วนกว้าง ประมาณโยชน์หนึ่ง พระ- เจ้าข้า. คำที่เหลือก็เหมือนกับคำก่อนนั่นแล. ส่วนพระราชาทอดพระเนตรเห็นแม่น้ำนี้แล้ว ทรงระลึกถึงสังฆา- นุสสติว่า "พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว" เป็นต้น เสด็จไปแล้ว. ก็เมื่อเสด็จข้ามแม่น้ำนั้นไป ได้ทอดพระเนตร เห็นพระรัศมีมีวรรณะ ๖ แต่พระสรีระของพระศาสดา. กิ่งค่าคบ และใบ แห่งต้นนิโครธ ได้เป็นราวกะว่าสำเร็จด้วยทองคำ. พระราชาและอำมาตย์ได้บรรลุคุณวิเศษ พระราชาทรงดำริว่า " แสงสว่างนี้ ไม่ใช่แสงจันทร์, ไม่ใช่แสง อาทิตย์, ไม่ใช่แสงสว่างแห่งเทวดา มาร พรหม นาค ครุฑเป็นต้น ผู้ใดผู้หนึ่ง เราอุทิศพระศาสดามาอยู่ จักเป็นผู้อันพระมหาโคดมพุทธเจ้า ทรงเห็นแล้วโดยแน่แท้." ในทันใดนั้นนั่นแล ท้าวเธอเสด็จลงจาก หลังม้าทรงน้อมพระสรีระ เข้าไปเฝ้าพระศาสดา ตามสายพระรัศมี เสด็จ เข้าไปภายในแห่งพระพุทธรัศมี ราวกะว่าดำลงไปในมโนสิลารส ถวาย บังคมพระศาสดาแล้ว ประทับนั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่งพร้อมกับอำมาตย์ พันหนึ่ง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka