Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 41 หน้าที่ 379

เล่ม มมร. 41 หน้า 379 ข้อ 17
ความที่แห่งญาติและอุปัฏฐากของตนมีมาก." ลำดับนั้น พระศาสดา ตรัสถามภิกษุเหล่านั้นว่า "ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอพูดอะไรกัน ?" เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า "พูดเรื่องชื่อนี้ พระเจ้าข้า" จึงตรัสถาม ว่า "ภิกษุทั้งหลาย ก็พวกเธอสำคัญว่า 'ของนี้อันอนุรุทธะให้นำมา แล้วหรือ ?" ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า "อย่างนั้น พระเจ้าข้า" พระ- ศาสดาตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย อนุรุทธะผู้บุตรของเรา ไม่กล่าวถ้อยคำ เห็นปานนั้น, แท้จริง พระขีณาสพทั้งหลาย ย่อมไม่กล่าวกถาปฏิสังยุต ด้วยปัจจัย ก็บิณฑบาตนี้ เกิดแล้วด้วยอานุภาพของเทวดา" เมื่อจะ ทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรม จึงตรัสพระคาถานี้ว่า :- ๔. ยสฺสาสวา ปริกฺขีณา อาหาเร จ อนิสฺสิโต สุญฺโต อนิมิตฺโต จ วิโมกฺโข ยสฺส โคจโร อากาเสว สกุนฺตานํ ปทนฺตสฺส ทุรนฺนยํ. "อาสวะทั้งหลาย ของบุคคลใด สิ้นแล้ว, บุคคลใด ไม่อาศัยแล้ว ในอาหาร, และสุญญต- วิโมกข์ อนิมิตตวิโมกข์ เห็นโคจรของบุลคลใด, ร่องรอยของบุคคลนั้น ๆ รู้ได้ยาก เหมือนรอยของ นกทั้งหลายในอากาศฉะนั้น." แก้อรรถ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยสฺสาสวา ความว่า อาสวะ ๔ ของบุคคลใด สิ้นแล้ว. บาทพระคาถาว่า อาหาเร จ อนิสฺสิโต ความว่า อันตัณหานิสัยและทิฏฐินิสัย ไม่อาศัยแล้ว ในอาหาร.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka