Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 41 หน้าที่ 432

เล่ม มมร. 41 หน้า 432 ข้อ 18
แล้วแก่ภิกษุเหล่านั้น, ทรงตั้งไว้ในเอคทัคคะ๑ว่า "ภิกษุทั้งหลาย พาหิยะ ทารุจีริยะ (ผู้นุ่งผ้าเปลือกไม้) เป็นเลิศกว่าภิกษุผู้สาวกของเรา ผู้ตรัสรู้ เร็ว." ลำดับนั้น ภิกษุทั้งหลายทูลถามพระศาสดาว่า "พระเจ้าข้า พระองค์ตรัสว่า 'พาหิยะ ทารุจีริยะ บรรลุพระอรหัต, เขาบรรลุ พระอรหัตเมื่อไร ?" พระศาสดา. ในกาลที่เขาฟังธรรมของเรา ภิกษุทั้งหลาย. ภิกษุ. ก็พระองค์ตรัสธรรมแก่เขาเมื่อไรเล่า ? พระศาสดา. เรากำลังเที่ยวบิณฑบาต ยืนในระหว่างถนนกล่าว ธรรมแก่เขา. ภิกษุ. พระเจ้าข้า ก็ธรรมที่พระองค์ประทับยืนในระหว่างถนน ตรัสแล้ว มีประมาณเล็กน้อย เขายังคุณวิเศษให้บังเกิดด้วยธรรมมีประมาณ เพียงนั้นอย่างไร ? ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสกะภิกษุเหล่านั้นว่า "ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายอย่านับธรรมของเราว่า 'น้อยหรือมาก,' ด้วยคาถาว่า พันหนึ่งแม้เป็นอเนกที่ไม่อาศัยประโยชน์ ไม่ประเสริฐ, ส่วนบทแห่ง คาถาแม้บทเดียวอาศัยประโยชน์ ประเสริฐกว่า" ดังนี้แล้ว เมื่อจะทรง สืบอนุสนธิแสดงธรรม จึงตรัสพระคาถานี้ว่า :- ๒. สหสฺสมี เจ คาถา อนตฺถปทสญฺหิตา เอกํ คาถาปทํ เสยฺโย ยํ สุตฺวา อุปสมฺมติ. "หากว่า คาถาแม้พันหนึ่ง ไม่ประกอบด้วย บทเป็นประโยชน์ [ไม่ประเสริฐ]: บทแห่งคาถา ๑. อัง. เอก. ๒๐/๒๓.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka