ธิดาเศรษฐี. เมื่อเป็นเช่นนั้น นี่ชื่ออะไร ?
โจร. นางผู้เจริญ ฉันถูกจับนำไปในวันนั้น บนบาน๑ไว้ต่อเทวดา
ผู้สถิตอยู่ที่ภูเขาทิ้งโจรได้ชีวิตแล้ว, แม้หล่อนฉันก็ได้ด้วยอานุภาพแห่ง
เทวดานั้นเหมือนกัน, นางผู้เจริญ ฉันคิดว่า "ฉันตั้งพลีกรรมนั้นไว้ต่อ
เทพดา."
ธิดาเศรษฐี. นาย อย่าคิดเลย, ดิฉันจักกระทำพลีกรรม, ท่าน
จงบอก, ต้องการอะไร ?
โจร. ต้องการข้าวมธุปายาสชนิดมีน้ำน้อย และดอกไม้มีข้าวตอก
เป็นที่ ๕.
ธิดาเศรษฐี. ดีละ นาย, ดิฉันจักจัดแจง.
ธิดาเศรษฐีนั้นจัดแจงพลีกรรมทุกอย่างแล้ว จึงกล่าวว่า "มาเถิด
นาย เราไปกัน."
โจร. นางผู้เจริญ ถ้าอย่างนั้น หล่อนให้พวกญาติของหล่อนกลับ
เสีย ถือเอาผ้าและเครื่องประดับที่มีด่ามากแล้วจงตกแต่งตัว, เราจักหัวเราะ
เล่นพลางเดินไปอย่างสบาย.
นางได้กระทำอย่างนั้นแล้ว. ทันทีนั้น ในเวลาถึงเชิงเขา โจรนั้น
กล่าวกะนางว่า "นางผู้เจริญ เบื้องหน้าแต่นี้ เราจักไปกัน ๒ คน,
หล่อนจงให้คนที่เหลือกลับพร้อมกับยาน ยกภาชนะพลีกรรมถือไปเอง."
นางได้กระทำอย่างนั้น. โจรพานางขึ้นสู่ภูเขาทิ้งโจร
ก็มนุษย์ทั้งหลายย่อมขึ้นไปโดยข้าง ๆ หนึ่งแห่งภูเขานั้น. ข้าง ๆ
หนึ่งเป็นโกรกชัน, มนุษย์ทั้งหลายยืนอยู่บนยอดเขาแล้ว ย่อมทิ้งโจร
๑. พลิกมฺมํ ปฏิสฺสณิตฺวา รับซึ่งพลีกรรม คือการบวงสรวง.