Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 41 หน้าที่ 477

เล่ม มมร. 41 หน้า 477 ข้อ 18
ไป,' ขอท่านจงเป็นผู้ไม่ประมาททำสมณธรรมเถิด, กระผมจักไปสำนัก พระศาสดา" แล้วไหว้ภิกษุเหล่านั้น พาสามเณรนอกนี้ไปยังสำนัก พระอุปัชฌายะ, เมื่อท่านถามว่า "สังกิจจะ เธอได้อันเตวาสิกแล้ว หรือ ?" จึงตอบว่า "ถูกแล้ว ขอรับ" ดังนี้แล้วก็เล่าเรื่องนั้น, ก็ เมื่อพระเถระกล่าวว่า 'สังกิจจะ เธอจงไป, เฝ้าเยี่ยมพระศาสดา,' เธอ รับว่า "ดีละ" แล้วไหว้พระเถระพาสามเณรเหล่านั้นไปยิ่งสำนักพระ- ศาสดา, แม้เมื่อพระศาสดาตรัสถามว่า "สังกิจจะ เธอได้อันเตวาสิก แล้วหรือ ?" จึงกราบทูลเรื่องนั้น ผู้มีศีลประเสริฐกว่าผู้ทุศีล พระศาสดาตรัสถามว่า "ได้ยินว่า อย่างนั้นหรือ ? ภิกษุทั้งหลาย," เมื่อพวกภิกษุทูลรับว่า "อย่างนั้น พระเจ้าข้า" จึงตรัสว่า "ความ ตั้งอยู่ในศีลแล้วเป็นอยู่แม้วันเดียวในบัดนี้ ประเสริฐกว่าการที่ท่านทำ โจรกรรมตั้งอยู่ในทุศีลเป็นอยู่ตั้ง ๑๐๐ ปี" ดังนี้แล้ว เมื่อจะทรงสืบ อนุสนธิแสดงธรรม จึงตรัสพระคาถานี้ว่า:- ๙. โย จ วสฺสสตํ ชีเว ทุกสฺสีโล อสมาหิโต เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย สีลวนฺตสฺส ฌายิโน. "ก็ผู้ใดทุศีล มีใจไม่ตั้งมั่น พึงเป็นอยู่ ๑๐๐ ปี, ความเป็นอยู่วันเดียวของผู้มีศีล มีฌาน ประเสริฐ ว่า (ความเป็นอยู่ของผู้นั้น)."
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka