Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 42 หน้าที่ 109

เล่ม มมร. 42 หน้า 109 ข้อ 20
เชิญขึ้นสู่บัลลังก์ ในท่ามกลางมณฑปอันแต่งไว้ ตัวเองหมอบอยู่แทบ บาทมูลของพระโพธิสัตว์นั้น. ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์บอกกะยักษ์นั้นว่า "ท่านจงฟังโดยเคารพ" ดังนี้แล้ว จึงตรัสพระคาถานี้ว่า "นักปราชญ์ เรียกคนผู้ถึงพร้อมด้วยหิริและ โอตตัปปะ ตั้งมั่นดีแล้วในธรรมขาว เป็นผู้สงบเป็น สัตบุรุษในโลกว่า 'ผู้ทรงเทวธรรม." ยักษ์ฟังธรรมเทศนานี้แล้วเลื่อมใส กล่าวกะพระโพธิสัตว์ว่า " ท่านบัณฑิต ข้าพเจ้าเลื่อมใสต่อท่านแล้ว จะให้น้องชายคนหนึ่ง, จะนำ คนไหนมา ?" โพธิสัตว์. จงนำน้องชายคนเล็กมา. ยักษ์. ท่านบัณฑิต ท่านรู้เทวธรรมอย่างเดียวเท่านั้น, แต่ท่านไม่ ประพฤติในเทวธรรมเหล่านั้น. โพธิสัตว์. เพราะเหตุไร ? ยักษ์. เพราะท่านให้นำน้องชายคนเล็กมาเว้นคนโตเสีย ย่อมไม่ ชื่อว่าทำอปจายิกกรรม๑ต่อผู้เจริญ. พระโพธิสัตว์ทั้งรู้ทั้งพฤติเทวธรรม พระโพธิสัตว์ตรัสว่า "ยักษ์ เรารู้ทั้งเทวธรรม, ทั้งประพฤติใน เทวธรรมนั้น, เพราะเราอาศัยน้องชายคนเล็กนั่น พวกเราจึงต้องเข้าป่า นี้, เหตุว่า มารดาของน้องชายนั่น ทูลขอราชสมบัติกะพระราชบิดาของ เราทั้งสอง เพื่อประโยชน์แก่น้องชายนั้น, ก็พระบิดาของเราไม่พระราช- ทานพรนั้น ทรงอนุญาตการอยู่ป่า เพื่อประโยชน์แก่การตามรักษาเรา ๑. กรรมคือการทำความอ่อนน้อม.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka