Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 42 หน้าที่ 198

เล่ม มมร. 42 หน้า 198 ข้อ 22
" หางเป็นของนาก ผู้เที่ยวหากินตามริมฝั่ง, ศีรษะ เป็นของนาก ผู้เที่ยวหากินในน้ำลึก, ส่วนท่อน กลางนี้ จักเป็นของเรา ผู้ตั้งอยู่ในธรรม." ดังนี้แล้ว คาบเอาท่อนกลางหลีกไป. แม้นากทั้งสองนั้นเดือดร้อน ได้ ยืนแลดูสุนัขจิ้งจอกนั้นแล้ว. พระศาสดา ครั้นทรงแสดงเรื่องอดีตนี้แล้ว ตรัสว่า แม้ในอดีตกาล อุปนันทะนี้ได้กระทำพวกเธอให้เดือดร้อนอย่างนี้เหมือนกัน " ให้ภิกษุเหล่า นั้นยินยอมแล้ว เมื่อจะทรงติเตียนพระอุปนันทะ จึงตรัสว่า " ภิกษุทั้งหลาย ธรรมดาผู้จะสั่งสอนผู้อื่น พึงให้ตนตั้งอยู่ในคุณอันสมควรเสียก่อนทีเดียว " ดังนี้แล้ว ได้ตรัสพระคาถานี้ว่า:- ๒. อตฺตานเมว ปมํ ปฏิรูเป นิเวสเย อถญฺมนุสาเสยฺย น กิลิสฺเสยฺย ปณฺฑิโต. " บัณฑิตพึงตั้งตนนั่นแล ในคุณอันสมควรก่อน. พึงสั่งสอนผู้อื่นในภายหลัง. จะไม่พึงเศร้าหมอง. " แก้อรรถ บรรดาบทเหล่านั้น บาทพระคาถาว่า ปฏิรูเป นิเวสเย ได้แก่ พึง ยังตนให้ตั้งอยู่ในคุณอันสมควร. พระศาสดาตรัสคำนี้ว่า " บุคคลใด ประสงค์จะสั่งสอนผู้อื่น ด้วยคุณมีความปรารถนาน้อยเป็นต้น หรือด้วย ปฏิปทาของอริยวงศ์เป็นต้น. บุคคลนั้น พึงยังตนนั่นแลให้ตั้งอยู่ในคุณ นั้นก่อน; ครั้นตั้งตนไว้อย่างนั้นแล้ว พึงสั่งสอนผู้อื่น ด้วยคุณนั้นใน ภายหลัง. ด้วยว่าบุคคล เมื่อไม่ยังตนให้ตั้งอยู่ในคุณนั้น สอนผู้อื่นอย่าง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka