Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 42 หน้าที่ 269

เล่ม มมร. 42 หน้า 269 ข้อ 23
๑๐. น เว กทริยา เทวโลกํ วชนฺติ พาลา หเว นปฺปสํสนฺติ ทานํ ธีโร จ ทานํ อนุโมทมาโน เตเนว โส โหติ สุขี ปรตฺถ. " พวกคนตระหนี่จะไปสู่เทวโลกไม่ได้เลย, พวก คนพาลแล ย่อมไม่สรรเสริญทาน, ส่วนนักปราชญ์ อนุโมทนาทานอยู่ เพราะเหตุนั้นนั่นเอง นักปราชญ์ นั้น จึงเป็นผู้มีสุขในโลกหน้า. " แก้อรรถ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กทริยา คือผู้มีความตระหนี่เหนียว แน่น. ผู้ไม่รู้จักประโยชน์โนโลกนี้และโลกหน้า ชื่อว่าพวกพาล บัณฑิต ชื่อว่า ธีรชน, สองบทว่า สุขี ปรตฺถ ความว่า ธีรชนนั้น เมื่อเสวย ทิพยสมบัติ ชื่อว่าเป็นผู้มีความสุขในโลกหน้า เพราะบุญอันสำเร็จแต่การ อนุโมทนาทานนั้นนั่นเอง. ในเวลาจบเทศนา ชุณหอำมาตย์ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล. เทศนา ได้มีประโยชน์แม้เเก่บริษัทผู้ประชุมกันแล้ว. ชุณหอำมาตย์ ครั้นเป็น พระโสดาบันแล้ว ได้ถวายทานโดยทำนองที่พระราชาถวายแล้วสิ้น ๗ วัน เหมือนกัน ดังนี้แล. เรื่องอสทิสทาน จบ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka