Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 42 หน้าที่ 303

เล่ม มมร. 42 หน้า 303 ข้อ 24
นำธุระของเราไปได้ไม่พึงมีในบัดนี้ไม่เป็นของอัศจรรย์, แม้ในกาลที่เรา เกิดในกำเนิดสัตว์เดียรัจฉานที่เป็นอเหตุกกำเนิด ผู้อื่นที่สามารถนำธุระของ เราไป ก็มิได้มีแล้วเหมือนกัน " อันพระเถระทูลถามว่า " ในกาลไรเล่า ? พระเจ้าข้า " จึงทรงนำอดีตนิทานมาตรัสกัณหอุสภชาดก๑นี้ให้พิสดารว่า :- " ธุระหนักมีอยู่ในกาลใด ๆ, ทางไปในที่ลุ่มลึก มีอยู่ในกาลใด ในกาลนั้นแหละ พวกเจ้าของย่อม เทียมโคชื่อกัณหะ; โคชื่อกัณหะนั้นแหละ ย่อมนำ ธุระนั้นไป. " เมื่อจะทรงแสดงเรื่องนั้นนั่นแหละให้พิเศษยิ่งขึ้นไปอีก จึงตรัส นันทวิสาลชาดก๒นี้ให้พิสดารว่า :- " บุคคลพึงกล่าวคำเป็นที่พอใจเท่านั้น, ไม่พึง กล่าวคำไม่เป็นที่พอใจในกาลไหน ๆ; (เพราะ) เมื่อ พราหมณ์กล่าวคำเป็นที่พอใจอยู่, โคนันทวิสาลเข็น ภาระอันหนักไปได้; ยังพราหมณ์นั้นให้ได้ทรัพย์, และพราหมณ์นั้นได้เป็นผู้มีใจเบิกบาน เพราะการได้ ทรัพย์นั้น." ก็แล พระศาสดาครั้นตรัสแล้ว จึงเสด็จขึ้นสู่จงกรมแก้วนั้น. ข้าง หน้าได้มีบริษัทประมาณ ๑๒ โยชน์. ข้างหลัง ข้างซ้าย และข้างขวา ก็เหมือนอย่างนั้น, ส่วนโดยตรง มีประมาณ ๒๔ โยชน์ พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าได้ทรงทำยมกปาฏิหาริย์ ในท่ามกลางบริษัท. ยมกปาฏิหาริย์นั้น บัณฑิตพึงทราบตามพระบาลีอย่างนี้ก่อน. ๑. ขุ. ชา. ๒๗/๑๐. อรรถกถา. ๑/๒๘๙. ๒. ขุ. ชา. ๒๗/๑๐. อรรถกถา. ๑/๒๙๓.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka