แล้ว ตรัสว่า " อุตตระ " เมื่อเธอขับเพลงขับนี้ (นาง) จักขับเพลงขับแก้
เพลงขับของเธออย่างนี้ว่า:-
" คนพาลอันอะไรเอ่ย ย่อมพัด ไป, บัณฑิตย่อม
บรรเทาอย่างไร, อย่างไร จึงเป็นผู้มีความเกษมจาก
โยคะ, ท่านผู้อันเราถามแล้ว โปรดบอกข้อนั้นแก่เรา "
ทีนั้น ท่านพึงขับเพลงขับแก้นี้แก่นางว่า :-
" คนพาลอันห้วงน้ำ (คือกามโอฆะเป็นต้น) ย่อม
พัดไป, บัณฑิตย่อมบรรเทา (โอฆะนั้น) เสียด้วย
ความเพียร, บัณฑิตผู้ไม่ประกอบด้วยโยคะทั้งปวง
ท่านเรียกว่า ผู้มีความเกษมจากโยคะ "
เพลงขับแก้นั้น มีเนื้อความว่า :-
" คนพาลอันโอฆะ (กิเลสดุจห้วงน้ำ) ๔ อย่าง
มีโอฆะคือกามเป็นต้น ย่อมพัดไป, บัณฑิตย่อม
บรรเทาโอฆะนั้น ด้วยความเพียร กล่าวคือสัมมัป-
ปธาน (ความเพียรอันตั้งไว้ชอบ), บัณฑิตนั้นไม่
ประกอบด้วยโยคะทั้งปวง มีโยคะคือกามเป็นต้น ท่าน
เรียกชื่อว่า ' ผู้มีความเกษมจากโยคะ."
อุตตรมาณพ เมื่อกำลังเรียนเพลงขับแก้นี้เทียว ดำรงอยู่ในโสดา-
ปัตติผล. เขาเป็นโสดาบัน เรียนเอาคาถานั้นไปแล้ว กล่าวว่า " ผู้เจริญ
ฉันนำเพลงขับแก้เพลงขับมาแล้ว, พวกท่านจงให้โอกาสแก่ฉัน " ได้
คุกเข่าไปในท่ามกลางมหาชนที่ยืนยัดเยียดกันอยู่แล้ว. นางนาคมาณวิกา
ยืนฟ้อนอยู่บนพังพานของพระบิดา แล้วขับเพลงขับว่า