Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 42 หน้าที่ 337

เล่ม มมร. 42 หน้า 337 ข้อ 24
พระศาสดาจึงตรัสกะเธอว่า " ภิกษุ กหาปณะของเธอมีน้อยนัก, เธออาศัย กหาปณะเหล่านั้น จักให้ความทะยานอยากเต็มขึ้นได้อย่างไร ? ได้ยินว่า ในอดีตกาล บัณฑิตทั้งหลายครองจักรพรรดิราชสมบัติ สามารถจะยัง ฝนคือรัตนะ ๗ ประการให้ตกลงมาเพียงสะเอวในที่ประมาณ ๑๒ โยชน์ ด้วยอาการสักว่าปรบมือ แม้ครองราชสมบัติในเทวโลก ตลอดกาลที่ ท้าวสักกะ ๓๖ พระองค์จุติไป ในเวลาตาย (ก็) ไม่ยังความอยากให้เต็ม ได้เลย ได้ทำกาละแล้ว " อันภิกษุนั้นทูลวิงวอนแล้ว ทรงนำอดีตนิทาน มา ยังมันธาตุราชชาดก๑ให้พิสดารแล้ว ในลำดับแห่งพระคาถานี้ว่า :- " พระจันทร์และพระอาทิตย์ (ย่อมหมุนเวียนไป) ส่องทิศให้สว่างไสวอยู่กำหนดเพียงใด, สัตว์ทั้งหลาย ผู้อาศัยแผ่นดินทั้งหมดเทียว ย่อมเป็นทาสของพระ- เจ้ามันธาตุราชกำหนดเพียงนั้น." ได้ทรงภาษิต ๒ พระคาถานี้ว่า :- ๕. น กหาปณวสฺเสน ติตฺติ กาเมสุ วิชฺชติ อปฺปสฺสาทา ทุกฺขา กามา อิติ วิญฺาย ปณฺฑิโต อปิ ทิพฺเพสุ กาเมสุ รตึ โส นาธิคจฺฉติ ตณฺหกฺขยรโต โหติ สมฺมาสมฺพุทฺธสาวโก. " ความอิ่มในกามทั้งหลาย ย่อมไม่มีเพราะฝน คือกหาปณะ, กามทั้งหลาย มีรสอร่อยน้อย ทุกข์ มาก บัณฑิตรู้แจ้งดังนี้แล้ว ย่อมไม่ถึงความยินดีใน ๑. ขุ. ชา. ๒๗/๒๐๐. อรรถกถา. ๒/๔๗.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka