Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 43 หน้าที่ 121

เล่ม มมร. 43 หน้า 121 ข้อ 30
ทางเจริญและทางเสื่อมแห่งปัญญา พระศาสดาประทับนั่งในที่สุดประมาณ ๑๒๐ โยชน์เทียว ทอด พระเนตรดูภิกษุนั้นแล้วดำริว่า " ภิกษุนั้นเป็นผู้มีปัญญา (กว้างขวาง) ดุจแผ่นดิน ด้วยประการใดแล; การที่เธอตั้งตนไว้ด้วยประการนั้นนั่นแล ย่อมสมควร." แล้วทรงเปล่งพระรัศมีไป ประหนึ่งตรัสอยู่กับภิกษุนั้น ตรัสพระคาถานี้ว่า :- ๕. โยคา เว ชายตี ภูริ อโยคา ภูริสงฺขโย เอตํ เทฺวธา ปถํ ญตฺวา ภวาย วิภวาย จ ตถตฺตานํ นิเวเสยฺย ยถา ภูริ ปวฑฺฒติ. "ปัญญาย่อมเกิดเพราะการประกอบแล, ความ สิ้นไปแห่งปัญญาเพราะการไม่ประกอบ, บัณฑิตรู้ ทาง ๒ แพร่ง แห่งความเจริญและความเสื่อมนั่น แล้ว พึงตั้งตนไว้โดยประการที่ปัญญาจะเจริญขึ้น ได้." แก้อรรถ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โยคา ความว่า เพราะการกระทำไว้ ในใจโดยอุบายอันแยบคายในอารมณ์ ๓๘. คำว่า ' ภูริ ' นั่น เป็นชื่อแห่งปัญญาอันกว้างขวาง เสมอด้วย แผ่นดิน. ความพินาศ ชื่อว่า ความสิ้นไป. สองบทว่า เอตํ เทวฺธา ปถํ คือ ซึ่งการประกอบและการไม่ ประกอบนั่น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka