Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 43 หน้าที่ 155

เล่ม มมร. 43 หน้า 155 ข้อ 31
นั้น, (แต่) ไม่เห็นที่สุด. เขาเข้าไปหาอาจารย์แล้ว กล่าวว่า "ผมย่อม เห็นเบื้องต้นและท่ามกลางแห่งศิลปนี้เท่านั้น, ย่อมไม่เห็นที่สุด," เมื่อ อาจารย์กล่าวว่า "พ่อ แม้ฉันก็ไม่เห็น," จึงถามว่า "ข้าแต่อาจารย์ เมื่อ เป็นเช่นนั้น ใครจะรู้ที่สุด." เมื่ออาจารย์กล่าวว่า "พ่อ ฤษีทั้งหลาย เหล่านั้นย่อมอยู่ในป่าอิสิปตนะ, ฤษีเหล่านั้นพึงรู้, เจ้าเข้าไปสู่สำนักของ ท่านแล้วจงถามเถิด," จึงเข้าไปหาพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายแล้ว ถามว่า "ได้ยินว่า ท่านทั้งหลายย่อมรู้ที่สุดหรือ ?" ปัจเจก. เออ เราทั้งหลายย่อมรู้ สุสิมะ. ถ้ากระนั้น ขอท่านทั้งหลาย จงบอกแก่ข้าพเจ้า. ปัจเจก. เราทั้งหลายย่อมไม่บอกแก่คนไม่ใช่บรรพชิต, ถ้าท่านมี ประสงค์ด้วยที่สุด, จงบวชเถิด. สุสิมมาณพนั้นรับว่า "ดีละ" แล้วบวชในสำนักพระปัจเจกพุทธะ เหล่านั้น. ลำดับนั้น พระปัจเจกพุทธะเหล่านั้นกล่าวแก่ท่านว่า "เธอจง ศึกษาข้อนี้ก่อน" แล้วบอกอภิสมาจาริกวัตร โดยนัยเป็นต้นว่า "ท่าน พึงนุ่งอย่างนี้, พึงห่มอย่างนี้." ท่านศึกษาอยู่ในอภิสมาจาริกวัตรนั้น เพราะความที่ตนมีอุปนิสัยสมบูรณ์ ต่อกาลไม่นานนักก็ตรัสรู้ปัจเจกสัมโพธิ ปรากฏในเมืองพาราณสีทั้งสิ้น เป็นราวกะว่าพระจันทร์เต็มดวงปรากฏอยู่ ในท้องฟ้า ได้เป็นผู้ถึงความเป็นผู้เลิศด้วยลาภและเลิศด้วยยศ. ท่านได้ ปรินิพพานต่อกาลไม่นานเลย เพราะความที่แห่งกรรมซึ่งอำนวยผลให้เป็น ผู้มีอายุน้อยอันตนทำแล้ว. ลำดับนั้น พระปัจเจกพุทธะทั้งหลาย และ มหาชน (ช่วยกัน) ทำสรีรกิจของท่านแล้ว ถือเอาธาตุประดิษฐานพระ- สถูปไว้ใกล้ประตูพระนคร.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka