Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 45 หน้าที่ 730

เล่ม มมร. 45 หน้า 730 ข้อ 293
ปริเยสิตํ ได้แก่แสวงหาอารมณ์ที่มาประจวบเข้าบ้าง ที่ไม่มาประจวบเข้าบ้าง. บทว่า อนุวิจรตํ มนสา ได้แก่ อารมณ์ที่ทรงใคร่ครวญด้วยใจ. ควรจะ เชื่อมความว่า ถามว่า ใคร่ครวญด้วยใจของใคร ? ตอบว่า ด้วยใจของสัตวโลก พร้อมทั้งเทวโลก ฯลฯ พร้อมทั้งเทวดาและมนุษย์. พึงทราบวินิจฉัยในคำว่า สเทวกสฺส โลกสฺส ต่อไป. สัตวโลก พร้อมด้วยเทวโลกทั้งหลาย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า สเทวโลกะ. แห่งสัตวโลก พร้อมทั้งเทวโลกนั้น. แม้ในบทที่เหลือ ก็มีนัยนั้นเหมือนกัน. ก็ด้วยคำว่า สเทวกะ ในพระสูตรนี้ พึงทราบถึงการทรงถือเอาเทวดาชั้นกามาพจร ๕ ชั้น. ด้วยคำว่า สมารกะ พึงทราบถึงการทรงถือเอาเทวดาชั้นกามาพจรชั้นที่ ๖. ด้วยคำว่า สพรหมกะ พึงทราบถึงการทรงหมายเอาชั้นพรหมมีพรหมกายิกะ เป็นต้น. ด้วยคำว่า สสฺสมณพฺราหฺมณี พึงทราบถึงการทรงถือเอาสมณ- พราหมณ์ ผู้เป็นข้าศึกต่อพระศาสนา และการทรงถือเอาสมณพราหมณ์ผู้ระงับ บาป และลอยบาปได้แล้ว. ด้วยคำว่า ปชา พึงทราบถึงการทรงถือเอาสัตวโลก. ด้วยคำว่า สเทวมนุสฺส พึงทราบถึงการทรงถือเอาสมมติเทพ และมนุษย์ ที่เหลือ เมื่อเป็นเช่นนี้ สัตวโลกพร้อมด้วยเทวดามารและพรหม ในพระสูตรนี้ พึงทราบว่าทรงถือเอาแล้วด้วยบททั้ง ๓ สัตวโลกเท่านั้น พึงทราบว่าทรงถือเอา แล้วด้วยบททั้งสอง ด้วยอำนาจประชาสัตว์. อีกนัยหนึ่งเทวโลกชั้นอรูปาพจร พระองค์ถือเอาแล้วด้วยศัพท์ว่า สเทวกะ. เทวโลกชั้นฉกามาวจร ด้วยคำว่า สมารกะ. พรหมโลกชั้นที่มีรูป ด้วยคำว่า สพรหมกะ. สัตวโลกที่เหลือ พร้อมด้วยสมมติเทพทั้งหลาย ทรงถือเอาแล้วด้วยคำว่า สัสสมณพราหมณ- ศัพท์เป็นต้น. ก็อีกอย่างหนึ่ง เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงมีสัตวโลกทั้งหมด เป็นอารมณ์ ได้ทรงประกาศความเป็นผู้ได้ตรัสรู้แล้ว โดยการกำหนดอย่าง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka