ภพหนึ่ง ผู้นั้นแลเป็นมุนี ปราศจากกำหนัด
ไม่ยินดีแล้ว ไม่ก่อกรรม เป็นผู้ถึงฝั่งโน้น
แล้วแล.
อนึ่ง ผู้ครอบงำธรรมได้ทั้งหมด รู้
แจ้งธรรมทุกอย่าง มีปัญญาดี ไม่เข้าไปติด
(ไม่เกี่ยวเกาะ) ในธรรมทั้งปวง ละธรรมได้
ทั้งหมด น้อมไปแล้วในธรรมเป็นที่สิ้นตัณหา
นักปราชญ์ย่อมประกาศว่าเป็นมุนี.
อนึ่ง ผู้มีกำลังคือปัญญา ประกอบ
ด้วยศีลและวัตร มีจิตตั้งมั่น ยินดีในฌาน
มีสติ หลุดพ้นจากเครื่องข้อง ไม่มีกิเลสดุจ
หลักตอ ไม่มีอาสวะ นักปราชญ์ย่อมประกาศ
ว่าเป็นมุนี.
หรือผู้เป็นมุนี (มีปัญญา) ไม่ประมาท
เที่ยวไปผู้เดียว ไม่หวั่นไหวเพราะนินทาและ
สรรเสริญ ไม่สะดุ้งหวาดเพราะโลกธรรม
เหมือนราชสีห์ ไม่สะดุ้งหวาดเพราะเสียง
ไม่ข้องอยู่ในตัณหาและทิฏฐิ เหมือนลมไม่
ข้องอยู่ในตาข่าย ไม่ติดอยู่กับโลก เหมือน
ดอกบัวไม่ติดอยู่กับน้ำ เป็นผู้นำ ไม่ใช่ผู้ที่
ใคร ๆ อื่นจะพึงนำไปได้ นักปราชญ์ย่อม
ประกาศว่าเป็นมุนี.