Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 46 หน้าที่ 504

เล่ม มมร. 46 หน้า 504 ข้อ 313
หรือแม้ผู้ใดไม่หมกมุ่นอยู่ในรูปแห่ง หญิงอะไร ๆ ที่กำลังเป็นสาวเป็นผู้รู้เที่ยวไป อยู่ ปราศจากความยินดีในเมถุน ไม่กำหนัด หลุดพ้นแล้วจากควานมัวเมาประมาท ผู้นั้น นักปราชญ์ย่อมประกาศว่าเป็นมุนี. หรือแม้ผู้รู้จักโลก เห็นปรมัตถประ- โยชน์ ข้ามพ้นโอฆะและสมุทร เป็นผู้คงที่ ตัดกิเลสเครื่องร้อยรัดได้ขาดแล้ว อันทิฏฐิ หรือตัณหาอาศัยไม่ได้แล้ว ไม่มีอาสวะ ผู้นั้น นักปราชญ์ย่อมประกาศว่าเป็นมุนี. คนทั้งสองไม่เสมอกัน มีที่อยู่และ ความเป็นอยู่ไกลกัน คือ คฤหัสถ์เลี้ยงลูกเมีย ส่วนภิกษุไม่ยึดถือว่าเป็นของเรา มีวัตรงาม คฤหัสถ์ไม่สำรวมเพราะบั่นรอนสัตว์อื่น ภิกษุ เป็นมุนี สำรวมเป็นนิตย์ รักษาสัตว์มีชีวิตไว้. นกยูงมีสร้อยคอเขียว บินไปในอากาศ ยังสู้ความเร็วของหงส์ไม่ได้ในกาลไหน ๆ ฉันใด คฤหัสถ์ทำตามภิกษุผู้เป็นมุนี สงัด เงียบ เพ่งอยู่ในป่าไม่ได้ ฉันนั้น. จบมุนิสูตรที่ ๑๒ จบอุรควรรคที่ ๑
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka