Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 47 หน้าที่ 169

เล่ม มมร. 47 หน้า 169 ข้อ 318
การงานทั้งหลายมีเกษตรกรรม โครักขกรรม และพาณิชกรรมเป็นต้น พึงเว้นแล้วจากการงานที่อากูล นี้การทำเวลาให้ล่วงไป การกระทำที่ไม่สมควร กระทำ และการการทำย่อหย่อนเป็นต้น เพราะประกอบด้วยความเป็นผู้ รู้กาล เพราะมีปกติการทำเหมาะสม เพราะไม่เกียจคร้าน เพราะถึงพร้อม ด้วยความอุตสาหะและความเพียร และเพราะเป็นการงานที่ไม่เสื่อมเสีย ชื่อว่า การงานที่ไม่อากูล. การงานที่ไม่อากูลนี้ อันบุคคลประกอบแล้วอย่างนี้ เพราะ เหตุที่ตนเอง บุตรภรรยา หรือทาส และกรรมกรทั้งหลายเป็นผู้ฉลาด พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เป็นมงคล เพราะเป็นเหตุแห่งการได้ทรัพย์ ข้าว- เปลือก และความเจริญในปัจจุบันนี้เทียว. สมจริงตามพระดำรัสที่พระผู้มี พระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า บุคคลผู้มีการงาน กระทำสมควร เป็นปกติ ขยัน ย่อมหาทรัพย์ได้ ดังนี้. และว่า บุคคลที่ชอบนอนหลับกลางวัน ขี้- เกียจลุกขึ้นกลางคืน เมาเป็นนิตย์ เป็นนัก- เลง ไม่อาจจะอยู่ครองเรือนให้ดีได้ ประโยชน์ ทั้งหลายย่อมล่วงเลยบุรุษผู้ทอดทิ้งการงาน ด้วยอ้างเลสว่า เวลานี้หนาวนัก เวลานี้ร้อน นัก เวลานี้เย็นเสียแล้ว ดังนี้เป็นต้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka