Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 47 หน้าที่ 664

เล่ม มมร. 47 หน้า 664 ข้อ 393
ภิกษุผู้พิจารณาเห็นเนือง ๆ ซึ่งธรรมเป็นธรรม ๒ อย่าง โดยชอบอย่างนี้ ฯลฯ จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า ทุกข์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีเป็นอันมาก ในโลก ย่อมเกิดเพราะอุปธิเป็นเหตุ ผู้ใดแล รู้ย่อมกระทำอุปธิ ผู้นั้นเป็นผู้เขลา ย่อม เข้าถึงทุกข์บ่อยๆ เพราะเหตุนั้น ผู้พิจารณา เห็นเหตุเกิดแห่งชาติเนือง ๆ ทราบชัดอยู่ ไม่พึงทำอุปธิ. [๓๙๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าจะพึงมีผู้ถามว่า การพิจารณาเห็น ธรรมเป็นธรรม ๒ อย่างโดยชอบเนือง ๆ พึงมีโดยปริยายอย่างอื่นบ้างไหม ควรตอบเขาว่า พึงมี ถ้าเขาถามว่า พึงมีอย่างไรเล่า พึงตอบเขาว่า การพิจารณา เห็นเนือง ๆ ว่า ทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งทั้งหมด ย่อมเกิดขึ้นเพราะอวิชชาเป็น ปัจจัย นี้เป็นข้อที่ ๑ การพิจารณาเห็นเนือง ๆ ว่า เพราะอวิชชานั่นเองดับไป เพราะสำรอกโดยไม่มีเหลือ ทุกข์จึงไม่เกิด นี้เป็นข้อที่ ๒ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พิจารณาเห็นเนือง ๆ ซึ่งธรรมเป็นธรรม ๒ อย่างโดยชอบอย่างนี้ ฯลฯ จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปอีกว่า อวิชชานั้นเอง เป็นคติของสัตว์ ทั้งหลายผู้เข้าถึงชาติ มรณะและสงสาร อัน มีความเป็นอย่างนี้ และความเป็นอย่างอื่น บ่อย ๆ อวิชชา คือ ความหลงใหญ่นี้ เป็น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka