Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 47 หน้าที่ 964

เล่ม มมร. 47 หน้า 964 ข้อ 443
แสดงธรรมอันบุคคลพึงเห็นเอง ไม่ประกอบ ด้วยกาล เป็นที่สิ้นตัณหา ไม่มีจัญไร หา อุปมาในที่ไหน ๆ มิได้ แก่อาตมา. พราหมณ์พาวรีผู้อาจารย์กล่าวคาถากะพระปิงคิยะว่า ท่านปิงคิยะ พระโคดมพระองค์ใด ได้ทรงแสดงธรรมอันบุคคลพึงเห็นเอง ไม่ ประกอบด้วยกาล เป็นที่สิ้นตัณหา ไม่มี จัญไร หาอุปมาในที่ไหน ๆ มิได้แก่ท่าน เพราะเหตุไรหนอ ท่านจึงอยู่ปราศจาก พระโคดมพระองค์นั้น ผู้มีพระปัญญาเป็น เครื่องปรากฏดุจแผ่นดิน มีพระปัญญา กว้างขวาง สิ้นกาลแม้ครู่หนึ่งเล่า. พระปิงคิยะกล่าวคาถาตอบพราหมณ์พาวรีผู้อาจารย์ว่า ท่านพราหมณ์ พระโคดมพระองค์ใด ได้ทรงแสดงธรรมอันบุคคลพึงเห็นเอง ไม่ ประกอบด้วยกาล เป็นที่สิ้นตัณหา ไม่มี จัญไร หาอุปมาในที่ไหน ๆ มิได้ แก่อาตมา อาตมามิได้อยู่ปราศจากพระโคดมพระองค์ นั้น ผู้มีพระปัญญาเป็นเครื่องปรากฏดุจ แผ่นดิน มีพระปัญญากว้างขวาง สิ้นกาล แม้ครู่หนึ่ง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka