นิพพาน อันเป็นฝั่งโน้นแห่งวัฏฏะอันเป็น
บ่วงแห่งมัจจุราช.
พระปิงคิยะเมื่อจะประกาศความเลื่อมใสของตนจึงกราบทูลว่า
ข้าพระองค์นี้ย่อมเลื่อมใสอย่างยิ่ง
เพราะได้ฟังพระวาจาของพระองค์ผู้เป็นมุนี
พระองค์มีกิเลสดุจหลังคาอันเปิดแล้ว ตรัสรู้
แล้วด้วยพระองค์เอง ไม่มีกิเลสดุจเสาเขื่อน
ทรงมีปฏิภาณ ทรงทราบธรรมเป็นเหตุกล่าว
ว่าประเสริฐยิ่ง ทรงทราบธรรมชาติทั้งปวง
ทั้งเลวและประณีต ด้วยพระอภิญญา
พระองค์เป็นศาสดาผู้กระทำที่สุดแห่งปัญหา
ทั้งหลาย แก่เหล่าชนผู้มีความสงสัยปฏิญาณ
อยู่ นิพพานอันกิเลสมีราคะเป็นต้นไม่พึง
นำไปได้ เป็นธรรมไม่กำเริบ หาอุปมาใน
ที่ไหน ๆ มิได้.
ข้าพระองค์จักถึงอนุปาทิเสส-
นิพพานธาตุแน่แท้ ข้าพระองค์ไม่มีความ
สงสัยในนิพพานนี้เลย ขอพระองค์จงทรงจำ
ข้าพระองค์ว่า เป็นผู้มีจิตน้อมไปแล้ว (ใน
นิพพาน) ด้วยประการนี้แล.
จบปารายนวรรคที่ ๕