จึงได้นิมนต์ท่านรวม ๘ รูป มีพระเรวตเถระเป็น
ประธานด้วยภัตตาหาร พระเรวตเถระมุ่งจะให้เกิด
ประโยชน์ เพื่ออนุเคราะห์แก่ฉัน จึงบอกฉันว่า จง
ถวายสงฆ์เถิด ฉันได้ทำตามคำของท่าน ทักขิณา
นั้นจึงเป็นสังฆทานอันตั้งไว้ ในสงฆ์ซึ่งหาประมาณ
มิได้ ส่วนทานที่พี่ได้ถวายแก่ภิกษุเป็นรายบุคคล จึง
มีผลไม่มาก.
ในบทเหล่านั้น บทว่า มโนภาวนีโย ได้แก่ ยังใจให้เจริญ คืออบรม
เพื่อคุณอันยิ่ง. บทว่า สนฺทิฏฺ ได้แก่ บอกกล่าวด้วยนิมนต์. ด้วยเหตุ
นั้น นางสุภัททาเทพธิดาจึงกล่าวว่า ตาหํ ภตฺเตน นิมนฺเตสึ เรวตํ
อตฺตนฏฺมํ ความว่า ได้นิมนต์ภิกษุ ๘ รูป มีพระเรวตเถระเป็นประธาน
ด้วยภัตตาหาร ความว่า ฉันนิมนต์พระคุณเจ้าเรวตะผู้อบรมใจนั้น รวม
๘ รูป กับท่าน ด้วยภัตร.
บทว่า โส เม อตฺถปุเรกฺขาโร ความว่า พระคุณเจ้าเรวตะนั้น มุ่ง
จะให้เกิดประโยชน์ คือ แสวงหาประโยชน์เพื่อฉัน โดยการทำทานที่มี
ผลมาก. บทว่า สงฺเฆ เทหีติ มํ อโวจ ความว่า พระคุณเจ้าเรวตะ
ได้บอกฉันว่า ดูก่อนสุภัททา หากว่าท่านประสงค์จะถวายทานแก่ภิกษุ
๘ รูปไซร้ เพราะการถวายทานที่เป็นไปในสงฆ์มีผลมากกว่าการถวายทาน
ที่เป็นไปในบุคคล ฉะนั้น ท่านจงถวายทานในสงฆ์เถิด จงถวายทาน
เฉพาะสงฆ์เถิด ดังนี้. บทว่า ตํ คือ ทานนั้น.
เมื่อนางสุภัททาเทพธิดากล่าวอย่างนี้แล้ว นางภัททาเทพธิดา เมื่อ