Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 289

เล่ม มมร. 48 หน้า 289 ข้อ 34
จะรับรองความข้อนั้น และประสงค์จะปฏิบัติอย่างนั้นให้ยิ่ง ๆ ขึ้น จึง กล่าวคาถาว่า พี่เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า การถวายสังฆทานมีผลมาก หากพี่ไปเกิดเป็นมนุษย์อีก จักเป็นผู้รู้ความประสงค์ ของผู้ขอ จักเป็นผู้ปราศจากความตระหนี่ ถวาย สังฆทานและไม่ประมาทเป็นนิจ. ส่วนนางสุภัททาเทพธิดาก็กลับไปสู่เทวโลกของตน. ลำดับนั้น ท้าวสักกะจอมเทพ ทอดพระเนตรเห็นนางสุภัททาเทพธิดา รุ่งเรือง ครอบงำทวยเทพชั้นดาวดึงส์ทั้งหมดด้วยรัศมีแห่งสรีระ และได้สดับการ สนทนาของเทพธิดาทั้งสอง เมื่อนางสุภัททาเทพธิดาหายไปในทันใดนั้น เอง เมื่อไม่รู้จักชื่อ จึงตรัสถามนางภัททาเทพธิดาว่า ดูก่อนนางภัททา เทพธิดาผู้นั้นเป็นใคร มา สนทนาอยู่กับเธอ มีรัศมีรุ่งโรจน์กว่าเทวดาชั้น ดาวดึงส์ทั้งหมด. นางภัททาเทพธิดาจึงทูลแด่ท้าวสักกะว่า ขอเดชะ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมเทพ เทพธิดา ผู้นั้น เมื่อชาติก่อนเป็นมนุษย์อยู่ในมนุษยโลก เป็น น้องสาวของหม่อมฉัน และยังเคยร่วมสามีเดียวกัน กับหม่อมฉันด้วย เธอทำบุญถวายสังฆทานจึงรุ่งเรือง ถึงเพียงนี้ เพคะ. จึงท้าวสักกะเมื่อจะสรรเสริญความที่สังฆทานมีผลมากจึงตรัสว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka