ดูก่อนเทพธิดา ท่านรื่นรมย์อยู่ในวิมานแก้ว-
ผลึก มีพื้นดาดาษไปด้วยทรายทอง กึกก้องไปด้วย
ดนตรีเครื่อง ๕ เมื่อท่านลงจากวิมานแก้วผลึก อัน
บุญกรรมแต่งไว้เข้าไปสู่ป่าสาละ อันมีดอกบาน
สะพรั่งตลอดกาลทั้งปวง ยืนอยู่ที่โคนต้นสาละต้น
ใด ๆ ต้นสาละนั้น ๆ ซึ่งเป็นไม้อุดม ก็น้อมกิ่ง
โปรยดอกลงมา ป่าสาละนั้นต้องลมแล้ว โบกสะบัด
ไปมา เป็นที่อาศัยแห่งฝูงสกุณชาติ โชยกลิ่นหอม
ฟุ้งไปทั่วทิศ ดุจต้นอุโลกฉะนั้น ท่านสูดดมกลิ่นอัน
หอมหวนนั้น ทั้งได้ชมรูปทิพย์ ซึ่งมิใช่ของมนุษย์
ดูก่อนเทพธิดา อาตมาถามแล้ว ขอท่านโปรดจงบอก
นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มญฺชิฏฺเก วิมานสฺมึ ได้แก่ ใน
วิมานแก้วผลึกแดง. วิมานที่มีสีเหมือนพวงดอกย่างทรายและดอกยี่โถ
ท่านเรียกว่า มัญชิฏฐกะ. บทว่า โสวณฺณวาลุกสนฺถเต ความว่า มีพื้น
ลาดด้วยทรายทองเกลื่อนอยู่รอบ ๆ. บทว่า รมสิ สุปฺปเวทิเต ความว่า
ย่อมรื่นรมย์ด้วยดนตรีเครื่อง ๕ ที่บรรเลงอย่างไพเราะ.
บทว่า นิมฺมิตา รตนามยา ความว่า จากวิมานรัตน์ที่ศิลปินผู้
ชำนาญสร้างไว้สำหรับท่าน. บทว่า โอคาหสิ แปลว่า เข้าไป. บทว่า
สพฺพกาลิกํ ได้แก่ เป็นสุขทุกเวลา คือ สบายทุกฤดู หรือมีดอกบาน
ทุกกาล.