Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 334

เล่ม มมร. 48 หน้า 334 ข้อ 39
ดูก่อนเทพธิดา ท่านรื่นรมย์อยู่ในวิมานแก้ว- ผลึก มีพื้นดาดาษไปด้วยทรายทอง กึกก้องไปด้วย ดนตรีเครื่อง ๕ เมื่อท่านลงจากวิมานแก้วผลึก อัน บุญกรรมแต่งไว้เข้าไปสู่ป่าสาละ อันมีดอกบาน สะพรั่งตลอดกาลทั้งปวง ยืนอยู่ที่โคนต้นสาละต้น ใด ๆ ต้นสาละนั้น ๆ ซึ่งเป็นไม้อุดม ก็น้อมกิ่ง โปรยดอกลงมา ป่าสาละนั้นต้องลมแล้ว โบกสะบัด ไปมา เป็นที่อาศัยแห่งฝูงสกุณชาติ โชยกลิ่นหอม ฟุ้งไปทั่วทิศ ดุจต้นอุโลกฉะนั้น ท่านสูดดมกลิ่นอัน หอมหวนนั้น ทั้งได้ชมรูปทิพย์ ซึ่งมิใช่ของมนุษย์ ดูก่อนเทพธิดา อาตมาถามแล้ว ขอท่านโปรดจงบอก นี้เป็นผลแห่งกรรมอะไร. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มญฺชิฏฺเก วิมานสฺมึ ได้แก่ ใน วิมานแก้วผลึกแดง. วิมานที่มีสีเหมือนพวงดอกย่างทรายและดอกยี่โถ ท่านเรียกว่า มัญชิฏฐกะ. บทว่า โสวณฺณวาลุกสนฺถเต ความว่า มีพื้น ลาดด้วยทรายทองเกลื่อนอยู่รอบ ๆ. บทว่า รมสิ สุปฺปเวทิเต ความว่า ย่อมรื่นรมย์ด้วยดนตรีเครื่อง ๕ ที่บรรเลงอย่างไพเราะ. บทว่า นิมฺมิตา รตนามยา ความว่า จากวิมานรัตน์ที่ศิลปินผู้ ชำนาญสร้างไว้สำหรับท่าน. บทว่า โอคาหสิ แปลว่า เข้าไป. บทว่า สพฺพกาลิกํ ได้แก่ เป็นสุขทุกเวลา คือ สบายทุกฤดู หรือมีดอกบาน ทุกกาล.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka