Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 509

เล่ม มมร. 48 หน้า 509 ข้อ 63
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อตฺตานํ ปริโมจย ความว่า ท่านจง เปลื้องตนจากทุกข์ในอบาย. ต่อนั้น พระกุมารเมื่อถามอุบายหลุดพ้นสำหรับตน จึงตรัสว่า ข้าพเจ้าจะไปชนบทไหนหนอ จะทำอะไร จะ ทำกิจของบุรุษอะไร ๆ หรือจะใช่วิชาอะไร จึงจะไม่ แก่ไม่ตาย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กตมํ สฺวาหํ ได้แก่ ข้าพเจ้าจะไป ชนบทไหน ความว่า ไหนหนอ เพิ่มคำว่า กตฺวา ในบทว่า กึ กมฺมํ กิญฺจิ โปริสํ. บทว่า โปริสํ แปลว่า กิจของบุรุษ. ต่อนั้น พระเถระเพื่อจะแสดงธรรมแก่เขา ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า ดูก่อนราชโอรส ไม่มีประเทศที่สัตว์ไปแล้ว ไม่แก่ไม่ตาย ไม่มีกรรม วิชาและกิจของบุรุษ ที่ สัตว์ทำแล้วไม่แก่ไม่ตาย ผู้มีทรัพย์มาก มีโภคะมาก แม้เหล่ากษัตริย์ครองแว่นแคว้น มีทรัพย์และข้าว เปลือกมาก แม้ท่านเหล่านั้นไม่แก่ไม่ตาย ก็หาไม่. ท่านที่เป็นนักศึกษา เป็นบุตรของชาวอันธกะ และชาวเวณฑุ ผู้สามารถแกล้วกล้า ประหารฝ่าย ปรปักษ์ แม้ท่านเหล่านั้น เสมอด้วยสิ่งยั่งยืนก็ต้อง พินาศ ถึงอายุขัยสิ้นอายุ. กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คนจัณฑาลและปุกกุสะ และพวกชาติอื่น ๆ แม้คน เหล่านั้น ไม่แก่ไม่ตาย หามีไม่ ท่านที่ร่ายมนต์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka