Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 48 หน้าที่ 626

เล่ม มมร. 48 หน้า 626 ข้อ 82
บทว่า รตนุจฺจยํ ได้แก่ รัตนเจดีย์ที่ยกขึ้นซึ่งสร้างด้วยรัตนะมี แก้วและทองเป็นต้น. บทว่า เหมชาเลน ฉนฺนํ ความว่า คลุมด้วย ข่ายทองทั้งรอบข้างและชั้นบน. บทว่า วนฺหิตฺวา ความว่า กระทำการ นอบน้อมในที่นั้นๆ ด้วยเบญจางคประดิษฐ์. บทว่า ถูปสฺมึ มนํ ปสาทยึ ความว่า ข้าพเจ้ายังจิตให้เลื่อมใสในพระสถูปว่า นี้เป็นพระสถูปบรรจุ พระธาตุ ซึ่งเป็นที่ตั้งมั่นแห่งคุณของพระสัพพัญญูหนอ. บทว่า น มาสิ ทานํ ความว่า มิได้มีทานที่ข้าพเจ้ากระทำเลย เพราะเหตุไร เพราะไม่มีวัตถุที่จะถวาย. บทว่า น จ มตฺถิ ทาตุํ ความว่า วัตถุทานที่กำหนดไว้ ของข้าพเจ้าไม่มีที่จะให้ คือสิ่งของที่ควร จะให้อะไร ๆ ไม่มี แต่ข้าพเจ้าได้ชักชวนสัตว์อื่น ๆ ในการให้ทานนั้น บางท่านกล่าวว่า ปเรสญฺจ ตตฺถ สมาทเปสึ ได้ชักชวนคนอื่น ๆ ใน การให้ทานนั้น ดังนี้ก็มี. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปเรสํ พึงทราบว่า เป็นฉัฏฐีวิภัตติ ลงในอรรถทุติยาวิภัตติ. บทว่า ปูเชถ นํ เป็นต้น เป็นบท แสดงอาการชักชวน ประกอบความว่า ซึ่งพระธาตุนั้น กิร ศัพท์ ใน บทว่า เอวํ กิร มีอรรถความว่าฟังตาม ๆ กันมา ด้วยบทว่า น ตสฺส ปุญฺสฺส ขยมฺปิ อชฺฌคํ เทพบุตรแสดงว่า ข้าพเจ้าไม่ถึงความหมด สิ้นแห่งบุญนั้น คือบุญกรรมที่กระทำอุทิศพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า สุเมธในครั้งนั้น ข้าพเจ้ายังเสวยเศษวิบากแห่งกรรมนั้นแหละ ดังนี้ ข้อใด มิได้กล่าวไว้ในที่นี้ ข้อนั้น พึงทราบว่า เข้าใจง่ายทั้งนั้น เพราะมีนัย ดังกล่าวมาแล้วในหนหลัง. จบอรรถกถาอเนกวัณณวิมาน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka