Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 108

เล่ม มมร. 49 หน้า 108 ข้อ 96
จักต้องหิวกระหายในปรโลก ภายหลังถูกความ หิวแผดเผาไหม้อยู่สิ้นกาลนาน ครั้นทำกรรม ทั้งหลายมีผลเผ็ดร้อน มีทุกข์เป็นกำไรแล้ว ย่อม ได้เสวยทุกข์ ก็บัณฑิตทั้งหลายรู้ทรัพย์และข้าว เปลือกเป็นอย่างหนึ่ง รู้ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายใน มนุษยโลกนี้เป็นอย่างหนึ่ง รู้ทรัพย์และข้าว เปลือกและชีวิตมนุษย์เป็นอีกอย่างหนึ่ง จากสิ่ง นอกนี้แล้ว พึงทำที่พึ่งของตน ชนเหล่าใดเป็นผู้ ฉลาดในธรรม มารู้ชัดอย่างนี้ ชนเหล่านั้นย่อม ไม่ประมาทในทาน เพราะได้ฟังคำของพระ- อรหันต์ทั้งหลาย. จบ นาคเปตวัตถุที่ ๑๑ อรรถกถานาคเปตวัตถุที่ ๑๑ เมื่อพระคาสดาประทับอยู่ในพระวิหารชื่อว่า เชตวัน ทรง พระปรารภพราหมณ์เปรต ๒ ตน จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำ เริ่มต้นว่า ปุรโต ว เสเตน ปเลติ หตฺถินา ดังนี้. ได้ยินว่า ท่านสังกิจจะ ผู้มีอายุได้ ๗ ขวบ บรรลุพระอรหัต ในขณะจรดมีดโกนที่ปลายผมนั่นแล ดำรงอยู่ในภูมิสามเณร อยู่ใน ราวป่าพร้อมกับภิกษุประมาณ ๓๐ รูป ห้ามความตายที่มาถึงแก่ ภิกษุเหล่านั้น จากมือของพวกโจร ๕๐๐ คน และฝึกโจรเหล่านั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka