Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 111

เล่ม มมร. 49 หน้า 111 ข้อ 96
ลูกหญิง ๑ คน ถูกเรือนพังทับตายไปหมด. ในคนที่ตายไปเหล่านั้น พราหมณ์ และนางพราหมณี บังเกิดในกำเนิดเปรต. ลูกชาย ๒ คน ลูกหญิง ๑ คน บังเกิดในภุมมเทวดา. ในบุตรเหล่านั้น บุตรคนโต เกิดมีช้างเป็นพาหนะ. บุตรคนเล็กเกิดมีรถเทียมด้วยแม่ม้าอัสดร. บุตรหญิงมีวอทองคำเป็นเครื่องแห่แหน. พราหมณ์และนาง พราหมณี ถือเอาฆ้อนเหล็กชนิดใหญ่มาทุบกัน. ที่ที่ถูกทุบแล้ว มาประมาณเท่าหม้อลูกใหญ่ ผุดขึ้นครู่เดียวเท่านั้น หัวฝีก็แก่เต็มที่ แล้วแตกผุพังไป. พราหมณ์สองผัวเมียนั้น ต่างช่วยกันผ่าฝีของกัน และกัน ถูกความโกรธครอบงำ ไร้ความกรุณาตะคอกด้วยวาจา หยาบ พากันดื่มหนองและเลือด, และไม่ได้รับความอิ่ม. ลำดับนั้น สามเณร ถูกความกลุ้มใจกลุ้มรุมจึงเข้าไปหา พระอุปัชฌาย์ เรียนว่า ท่านครับ กระผมผ่านวันปฏิญญาณไป แล้ว ผมจักกลับไปเรือน ขอท่านจงอนุญาตผมเถิด. ลำดับนั้น พระอุปัชฌาย์กล่าวแก่เธอว่า เมื่อถึงวันแรม ๑๔ ค่ำ เวลาพระ- อาทิตย์ตกดิน เธอจงมาเถิด. ดังนี้แล้ว ได้เดินไปหน่อยหนึ่งแล้ว ยืนอยู่ด้านอิสิปตนวิหาร. ก็สมัยนั้น เทพบุตร ๒ องค์นั้น พร้อมด้วย น้องสาว เดินผ่านไปทางนั้นนั่นแล เพื่อจะอวดอ้างสมาคมยักษ์. ฝ่ายมารดาบิดาของพวกเขา ต่างก็ถือไม้ฆ้อน พูดวาจาหยาบ รูปร่างดำ มีเส้นผมยุ่งรุงรังเศร้าหมองยาว เช่นกับต้นตาลที่ถูก ไฟไหม้ มีหนองและโลหิตไหล มีตัวหดเหี่ยวเห็นเข้าน่าเกลียด น่ากลัวพิลึก ติดตามพวกบุตรไป.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka