Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 442

เล่ม มมร. 49 หน้า 442 ข้อ 120
ก็ครั้นกระทำอย่างนั้นแล้ว ยืนอยู่ที่ลานเจดีย์ ถามเปรตผู้ติเตียน พระธาตุนั้นด้วย ๓ คาถา เปรตนั้น ได้พยากรณ์แก่ท่านแล้ว. พระเถระถามว่า :- ท่านยืนอยู่ในอากาศ มีกลิ่นเหม็นฟุ้งไป และหมู่หนอนพากันบ่อนฟอนกินปากอันมีกลิ่น เหม็นเน่าของท่าน เมื่อก่อนทำอะไรไว้ เพราะ การฟุ้งไปแห่งกลิ่นเหม็นนั้น นายนิรยบาลคือ เอาศาตรามาเฉือนปากของท่านเนือง ๆ รดท่าน ด้วยน้ำแสบด้วยเชือดเนื้อไปพลาง ท่านทำกรรม ชั่วอะไรไว้ ด้วยกาย วาจา ใจ หรือ เพราะวิบาก แต่งกรรมอะไร ท่านจึงได้ประสบความทุกข์ อย่างนี้. เปรตนั้นตอบว่า:- ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ เมื่อก่อนกระผมเป็น อิสรชนอยู่ที่กรุงราชคฤห์อันน่ารื่นรมย์มีภูเขา ล้อมรอบ (เบญจคีรีนคร) เป็นผู้มั่งคั่งด้วยทรัพย์ และข้าวเปลือกมากมาย แต่กระผมได้ห้ามปราม ภรรยา ธิดา และลูกสะใภ้ของกระผม ซึ่งพากัน นำพวงมาลาดอกอุบลและเครื่องลูบไล้อันหาค่า มิได้ ไปสู่สถูปเพื่อบูชา บาปนั้นกระผมได้ทำไว้ แล้ว จึงได้เสวยทุกขเวทนาเห็นประจักษ์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka