Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 452

เล่ม มมร. 49 หน้า 452 ข้อ 121
พระองค์ลักเอาผ้าซ่อนไว้บนบก ไม่มีความ ประสงค์จะลักขโมย และไม่มีจิตคิดประทุษร้าย เพราะกรรมนั้นข้าพระองค์จึงเป็นคนเปลือยกาย เป็นอยู่อย่างฝืดเคือง. พระเจ้าอัมพสักขระตรัสถามว่า :- ผู้ใดทำบาปเล่น ๆ นักปราชญ์ทั้งหลาย กล่าวว่า ผู้นั้นได้รับผลกรรมเช่นนี้ ส่วนผู้ใดตั้งใจ ทำบาปจริง ๆ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวผลกรรม ของผู้นั้นว่าเป็นอย่างไร. เปรตนั้นกราบทูลว่า :- มนุษย์เหล่าใดมีความดำริชั่ว เป็นผู้เศร้า- หมองด้วยกาย และวาจา เมื่อตายไป มนุษย์เหล่า . นั้นย่อมเข้าถึงนรกในสัมปรายภพโดยไม่ต้อง สงสัย ส่วนชนเหล่าอื่นปรารถนาสุคติยินดียิ่ง ในทาน มีอัตภาพอันสงเคราะห์แล้ว เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติในสัมปรายภพโดยไม่ต้องสงสัย. เมื่อเปรตนั้น ชี้แจงจำแนกผลกรรมแต่โดยย่ออย่างนี้ พระ- ราชาไม่ทรงเชื่อ จึงตรัสถามเปรตนั้นว่า :- เราจะพึงรู้เรื่องนั้นได้อย่างไรว่า นี้เป็นผล แห่งกรรมดีและกรรมชั่ว หรือเราะพึงเห็น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka