Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 454

เล่ม มมร. 49 หน้า 454 ข้อ 121
ข้าพระองค์มิได้มี เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์จึง เป็นคนเปลือยกาย มีความเป็นอยู่อย่างฝืดเคือง. พระเจ้าอัมพสักขระตรัสถามว่า :- ดูก่อนยักษ์ เหตุอะไร ๆ ที่จะให้ท่านได้ เครื่องนุ่มห่มพึงมีอยู่หรือ ถ้าเหตุที่ควรเชื่อพอจะ ฟังเป็นเหตุ ได้มีอยู่ ขอท่านจงบอกเหตุนั้นแก่เรา. เปรตนั้นกราบทูลว่า :- ในเมืองเวสาลีนี้ มีภิกษุรูปหนึ่งนามว่า กัปปิตกะเป็นผู้ได้ฌาน มีศีลบริสุทธิ์ เป็นพระ- อรหันต์ผู้หลุดพ้น มีอินทรีย์อันคุ้มครองแล้ว สำรวมในพระปาติโมกข์ เยือกเย็น บรรลุผลอัน สูงสุด มีวาจาสละสลวย รู้ความประสงค์ของ ผู้ขอว่าง่าย มีหน้าเบิกบาน เป็นผู้มาดีไปดี พูดจา โต้ตอบดี เป็นเนื้อนาบุญของโลก มีปกติอยู่ด้วย เมตตา เป็นทักขิไณยบุคคลของเทวดาและมนุษย์ สงบระงับ กำจัดมิจฉาวิตกได้ ไม่มีทุกข์ ไม่มี ตัณหา หลุดพ้นแล้ว ปราศจากลูกศร ไม่ถือเรา ถือเขา ไม่คดกายวาจาใจ ไม่มีอุปธิ สิ้นกิเลสเป็น เครื่องเนิ่นช้าทั้งปวง ได้บรรลุวิชา ๓ มีความรุ่ง เรือง ไม่มีชื่อเสียงปรากฏ เพราะความเป็นผู้มี คุณวิเศษอันปกปิดไว้ แม้ใคร ๆ เป็นก็ไม่รู้ว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka