ลำดับนั้น พระเจ้าลิจฉวีทรงชำระพระ-
หัตต์และพระบาทแล้ว ทรงถวายผ้า ๘ คู่แก่
พระเถระ พอพระเถระรับประเคนผ้าเหล่านั้น
แล้ว พระราชาทรงเห็นเปรตนุ่งห่มผ้าเรียบร้อย
ลูบไล้ด้วยจันทร์แดง มีผิวพรรณเปล่งปลั่ง
ประดับประดา นุ่งผ้าดี ขี่ม้าอาชาไนย มีบริวาร
ห้อมล้อม สำเร็จมหิทธิฤทธิ์ของเทวดา ครั้นทรง
เห็นเช่นนั้นแล้ว ทรงปลื้มพระทัย เกิดปีติปรา-
โมทย์ มีพระทัยร่าเริงเบิกบาน พระเจ้าลิจฉวีได้
ทรงเห็นกรรมและวิบากแห่งกรรม แจ้งประจักษ์
ด้วยพรมองค์เองแล้ว จึงเสด็จเข้าไปใกล้ แล้ว
ตรัสกะเปรตนั้นว่า เราจักให้ทานแก่สมณ-
พราหมณ์ทั้งหลาย เราควรให้ทานทุกสิ่งทุกอย่าง
ที่มีอยู่ ดูก่อนเปรต ท่านมีอุปการะแก่เรามาก.
เปรตนั้นกราบทูลว่า :-
ข้าแต่กษัตริย์ลิจฉวี ก็พระองค์ได้พระ-
ราชทานเพื่อข้าพระองค์ส่วนหนึ่ง แต่การพระ-
ราชทานนั้นมิได้ไร้ผล ข้าพระองค์เป็นเทวดา
ทำความเป็นสหายกับพระองค์ผู้เป็นมนุษย์.