Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 479

เล่ม มมร. 49 หน้า 479 ข้อ 121
ได้สะดวก ม้านี้เป็นม้าน่าอัศจรรย์ น่าดู น่าชม นี้เป็นผลแห่งกรรมนั่นเอง พระเจ้าสักขระตรัสถามว่า :- ท่านมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ และมี กลิ่นหอมฟุ้งไป ท่านได้สำเร็จฤทธิ์แห่งเทวดา เป็น ผู้มีอานุภาพมาก แต่เป็นคนเปลือยกาย นี้เป็นผล แห่งกรรมอะไร. เปรตนั้นกราบทูลว่า :- เมื่อก่อนข้าพระองค์เป็นคนไม่มักโกรธ ทั้งมีจิตเลื่อมใสอยู่เป็นนิตย์ พูดกับคนทั้งหลาย ด้วยวาจาอ่อนหวาน ข้าพระองค์มีรัศมีเป็นทิพย์ สว่างไสวอยู่เนืองนิตย์ นี้เป็นผลแห่งกรรมนั้น ข้าพระองค์เห็นยศและชื่อเสียงของบุคคลผู้ตั้งอยู่ ในธรรม มีจิตเลื่อมใสกล่าวสรรเสริญ ข้าพระ- องค์มีกลิ่นทิพย์หอมฟุ้งไปเนืองนิตย์ นี้เป็นผล แห่งกรรมนั้น เมื่อพวกสหายของข้าพระองค์ อาบน้ำที่ท่าน้ำ ข้าพระองค์ลักเอาผ้าซ่อนไว้บน บก ไม่มีความประสงค์จะลักขโมย และไม่มีจิต คิดประทุษร้าย เพราะกรรมนั้น ข้าพระองค์ จึง เป็นคนเปลือยกาย เป็นอยู่อย่างฝืดเคือง.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka