Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 546

เล่ม มมร. 49 หน้า 546 ข้อ 126
ขึ้นแล้วเสื่อมลง ย่อมตายเพราะความหิวและ ความกระหาย นรชนรู้โทษอันเกิดด้วยอำนาจ ความถือตัวว่า เป็นใหญ่อย่างนี้แล้ว ละความเมา ในความเป็นใหญ่ได้แล้ว พึงไปสู่สวรรค์ นรชน ผู้มีปัญญาเมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงสวรรค์. จบ กุมารเปตวัตถุที่ ๖ อรรถกถากุมารเปตวัตถุที่ ๖ พระศาสดาเมื่อเสด็จประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภเปรต ๒ ตน จึงตรัสพระคาถานี้ มีคำเริ่มต้นว่า สาวตฺถิ นาม นครํ ดังนี้ ได้ยินว่า ในกรุงสาวัตถี พระเจ้าโกศลมีพระโอรส ๒ พระองค์ น่าเลื่อมใส กำลังอยู่ในปฐมวัย มัวเมาในความเป็นหนุ่ม กระทำ กรรมคือคบหาภรรยาของคนอื่น ทำกาละแล้ว บังเกิดเป็นเปรต ที่หลังคู. ในเวลากลางคืน เปรตเหล่านั้นพากันรำพันด้วยเสียง อันน่าสะพึงกลัว พวกมนุษย์ได้ฟังเสียงนั้น พากันสะดุ้งกลัว คิดว่า เมื่อพวกเราทำอย่างนี้ อวมงคลนี้ย่อมสงบ จึงพากันถวายมหาทาน แด่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนอุบาสก และอุบาสิกาทั้งหลาย เพราะได้ยินเสียงนั้น อันตรายอะไร ๆ ย่อม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka