Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 547

เล่ม มมร. 49 หน้า 547 ข้อ 126
ไม่มีแก่พวกท่าน เพื่อจะตรัสบอกเหตุแห่งเสียงนั้นแล้วแสดงธรรม แก่มนุษย์เหล่านั้น จึงได้ตรัสพระคาถาว่า :- ข้าพเจ้าได้สดับมาดังนี้ว่า มีพระกุมาร สองพระองค์ เป็นพระราชโอรสอยู่ในกรุงสาวัตถี ข้างหิมวันตประเทศ พระราชกุมารทั้งสองพระ- องค์นั้น เป็นผู้มัวเมาในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่ง ความกำหนัด ทรงเพลิดเพลินด้วยอำนาจความ ยินดีในกาม ทรงติดอยู่ในความสุขปัจจุบัน ไม่ ทรงเห็นสุขในอนาคต คั้นจุติจากความเป็น มนุษย์ไปจากโลกนี้สู่เปตโลกแล้ว เกิดเป็นเปรต ไม่แสดงกายให้ปรากฏ ร้องประกาศธรรมชั่ว ของตนที่ได้กระทำไว้ในกาลก่อนว่า เมื่อพระ- ทักขิไณยบุคคลมีอยู่เป็นอันมาก และไทยธรรม อันเขาเข้าไปตั้งไว้ก็มีอยู่ พวกเราไม่อาจทำบุญ อันนำมาซึ่งความสุขต่อไปแม้เล็กน้อย และทำ อันให้มีความสวัสดีได้ อะไรจะพึงลามกกว่า กามนั้น พวกเราจุติจากราชสกุลแล้วไปบังเกิด ในเปตวิสัย พรั่งพร้อมไปด้วยความหิวและความ กระหาย เมื่อก่อนในโลกนี้ เคยเป็นเจ้าของใน ที่ใด ย่อมไม่ได้เป็นเจ้าของในที่นั้นอีก มนุษย์ ทั้งหลายเจริญขึ้นแล้วกลับเสื่อมลง ย่อมตาย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka