เปรตได้ฟังดังนั้นจึงให้คำตอบด้วยคาถา ๒ คาถา :-
ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าเป็นเปรตเสวยทุกข์
เกิดในยมโลก เพราะกระทำบาปกรรมไว้ จึงจาก
มนุษยโลกนี้ไปสู่เปตโลก ฆ้อนเหล็กหกหมื่น
ครบบริบูรณ์ โดยประการทั้งปวง กระหน่ำบน
ศีรษะและต่อยศีรษะข้าพเจ้า.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สฏฺิ กูฏสหสฺสานิ แปลว่า
ฆ้อนเหล็กประมาณหกหมื่น. บทว่า ปริปุณฺณานิ แปลว่า ไม่หย่อน.
บทว่า สพฺพโส คือ โดยส่วนทั้งปวง. ได้ยินว่า ศีรษะของเปรตนั้น
ประมาณยอดเขาใหญ่ บังเกิดเพียงพอที่จะให้ฆ้อนเหล็กหกหมื่น
กระหน่ำ. ฆ้อนเหล็กเหล่านั้น ตกลงกระหน่ำศีรษะของเปรตนั้น
ไม่เหลือสถานที่เพียงจดที่สุดปลายขนทรายลงได้ เพราะเหตุนั้น
เปรตนั้นจึงกระทำเสียงร้องรบกวนอยู่. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า
ฆ้อนเหล็กเหล่านั้นกระหน่ำและทุบศีรษะของข้าพเจ้า โดยประการ
ทั้งปวง.
ลำดับนั้น พระเถระเมื่อจะถามกรรมที่เขาทำกะเปรตนั้น จึงได้
กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า :-
ท่านกระทำกรรมชั่วอะไรไว้ ด้วยกาย
วาจา ใจ เพราะผลแห่งกรรมอะไร ท่านจึงได้รับ
ทุกข์เช่นนี้ อนึ่ง ฆ้อนเหล็กหกหมื่นครบบริบูรณ์