Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 49 หน้าที่ 602

เล่ม มมร. 49 หน้า 602 ข้อ 136
เปรตได้ฟังดังนั้นจึงให้คำตอบด้วยคาถา ๒ คาถา :- ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าเป็นเปรตเสวยทุกข์ เกิดในยมโลก เพราะกระทำบาปกรรมไว้ จึงจาก มนุษยโลกนี้ไปสู่เปตโลก ฆ้อนเหล็กหกหมื่น ครบบริบูรณ์ โดยประการทั้งปวง กระหน่ำบน ศีรษะและต่อยศีรษะข้าพเจ้า. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สฏฺิ กูฏสหสฺสานิ แปลว่า ฆ้อนเหล็กประมาณหกหมื่น. บทว่า ปริปุณฺณานิ แปลว่า ไม่หย่อน. บทว่า สพฺพโส คือ โดยส่วนทั้งปวง. ได้ยินว่า ศีรษะของเปรตนั้น ประมาณยอดเขาใหญ่ บังเกิดเพียงพอที่จะให้ฆ้อนเหล็กหกหมื่น กระหน่ำ. ฆ้อนเหล็กเหล่านั้น ตกลงกระหน่ำศีรษะของเปรตนั้น ไม่เหลือสถานที่เพียงจดที่สุดปลายขนทรายลงได้ เพราะเหตุนั้น เปรตนั้นจึงกระทำเสียงร้องรบกวนอยู่. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ฆ้อนเหล็กเหล่านั้นกระหน่ำและทุบศีรษะของข้าพเจ้า โดยประการ ทั้งปวง. ลำดับนั้น พระเถระเมื่อจะถามกรรมที่เขาทำกะเปรตนั้น จึงได้ กล่าวคาถา ๒ คาถาว่า :- ท่านกระทำกรรมชั่วอะไรไว้ ด้วยกาย วาจา ใจ เพราะผลแห่งกรรมอะไร ท่านจึงได้รับ ทุกข์เช่นนี้ อนึ่ง ฆ้อนเหล็กหกหมื่นครบบริบูรณ์
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka