Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 50 หน้าที่ 65

เล่ม มมร. 50 หน้า 65 ข้อ 140
ในกัปที่แสน นับแต่ภัทรกัปนี้ พระพิชิตมาร ทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ ผู้มีจักษุในธรรมทั้งปวง ทรงเป็นนายก มีพระหนุเหมือนราชสีห์ มีพระสุรเสียง เหมือนพรหม มีสำเนียงคล้ายหงส์และกลองใหญ่ เสด็จดำเนินเยื้องกรายดุจช้าง มีพระรัศมีประหนึ่งรัศมี ของจันทเทพบุตรเป็นต้น มีพระปรีชามาก มีความเพียร มาก มีความเพ่งพินิจมาก มีพละมาก ประกอบด้วย พระมหากรุณา เป็นที่พึ่งของสัตว์ กำจัดความมืดใหญ่ ได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว คราวหนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธ- เจ้า ผู้เลิศกว่าไตรโลก เป็นมุนี ทรงรู้วารจิตของสัตว์ พระองค์นั้นทรงแนะนำเวไนยสัตว์เป็นอันมาก ทรง- แสดงพระธรรมเทศนาอยู่ พระพิชิตมารตรัสสรรเสริญ ภิกษุผู้เพ่งพินิจ ยินดีแล้วในฌาน มีความเพียรสงบ ระงับไม่ขุ่นมัวในท่ามกลางบริษัท ทรงทำให้ประชาชน ยินดี ครั้งนั้น เราเป็นพราหมณ์เรียนจบไตรเพท อยู่ใน พระนครหงสาวดี ได้สดับพระธรรมเทศนาก็ชอบใจ จึงปรารถนาฐานันดรนั้น ทีนั้นพระพิชิตมาร ผู้เป็น สังฆปริณายกยอดเยี่ยม ได้ตรัสพยากรณ์ในท่ามกลาง สงฆ์ว่า จงดีใจเถิดพราหมณ์ ท่านจักได้ฐานันดรนี้ สมดังมโนรถปรารถนา ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ พระ- ศาสดา พระนามว่าโคตมะ ผู้สมภพในวงศ์ของ พระเจ้าโอกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ท่านจักได้ เป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นพระ-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka