บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชโน ได้แก่ คนอันธพาล. บทว่า
ชนมฺหิ ได้แก่ ในคนอื่น. บทว่า สมฺพทฺโธ ได้แก่ เกี่ยวข้อง ด้วยเครื่อง
เกี่ยวข้องคือตัณหา คือเกี่ยวข้องผูกพัน โดยนัยเป็นต้นว่า ผู้นี้เป็นบุตรของ
เรา ผู้นี้เป็นมารดาของเรา.
อีกอย่างหนึ่ง ปาฐะ อย่างนี้นั่นแหละ (แต่) มีความหมายว่า มีจิต
ผูกพัน อย่างนี้ว่า คนเหล่านี้เลี้ยงดูเรามา เราอาศัยคนเหล่านี้เลี้ยงชีพ.
บทว่า ชนเมวสฺสิโต ชโน ความว่า คนอื่น ยินดี คือติดแน่น
แล้วด้วยตัณหา ได้แก่ กำหนดยึดถือ เอาคนอื่นนั่นแลโดยนัยมีอาทิว่า ผู้นี้
เป็นธิดาของเรา.
บทว่า ชโน ชเนน เหียติ เหเติ จ ชโน ชนํ ความ
ว่า คนยินดีกะคน ด้วยสามารถแห่งความโลภ เพราะกัมมัสสกตาญาณ และ
เพราะความไม่มีความรู้ตามความเป็นจริง ฉันใด คนถูกคนอื่นเบียดเบียน คือ
ขัดขวาง ด้วยอำนาจโทสะก็ฉันนั้น และคนเมื่อไม่รู้ว่า กรรมที่เราทำนี้นั้น
จักเป็นกรรมตกทอดถึงเราเอง โดยเป็นผลสืบเนื่องจากการเบียดเบียนที่รุนแรง
ขึ้น ดังนี้ จึงเบียดเบียนกันเอง. บทว่า โก หิ ตสฺส ชเนนตฺโถ
ความว่า คนที่ยินดีกันด้วยอำนาจแห่งตัณหา หรือเบียดเบียนกันด้วยอำนาจ
แห่งโทสะ จะเกิดประโยชน์อะไรแก่คนอื่นเล่า ?
บทว่า ชเนน ชนิเตน วา ความว่า หรือคนที่เป็นมารดา บิดา
มีหน้าที่ยังคนอื่นให้เกิดนั้นจะมีประโยชน์อะไร ? บทว่า ชนํ โอหาย
คจฺฉํ ตํ เหยิตฺวา พหุํ ชนํ ความว่า เพราะเหตุที่ข้อปฏิบัติของคน
ผู้เที่ยวไปในสงสาร มีลักษณะอย่างนี้เหมือนกันหมด ฉะนั้น ควรละคนชนิดนั้น
เสีย คือ ตัณหาที่เบียดเบียนคนก็ดี โทสะที่ประทุษร้ายกันนั้นก็ดี เบียด
เบียนคนเป็นอันมากแล้วตั้งอยู่ พึงละ คือทิ้งตัณหาและโทสะนั้นโดยประการ
ทั้งปวงแล้วไปเสีย. อธิบายว่า พึงถึง คือบรรลุฐานะที่คนเหล่านั้น ตามเข้า
ไปประทุษร้ายไม่ได้.