ก็พระเถระครั้นกล่าวอย่างนั้นแล้ว ขวนขวายวิปัสสนา บรรลุพระ
อรหัตแล้วในขณะนั้นเอง. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ ในอปทานว่า
เมื่อก่อนเรากับบิดาและปู่ เป็นคนทำการงานใน
ป่า เลี้ยงชีพด้วยการฆ่าปศุสัตว์ กุศลกรรมของเราไม่
มี ใกล้กับที่อยู่ของเรา พระพุทธเจ้าผู้นำชั้นเลิศของ
โลก พระนามว่า ติสสะ ผู้มีพระปัญญาจักษุ ได้ทรง
แสดงรอยพระบาทไว้ ๓ รอย เพื่ออนุเคราะห์ ก็เรา
ได้เห็นรอยพระบาทของพระศาสดา พระนามว่า
ติสสะ ที่พระองค์ทรงเหยียบไว้ เป็นผู้ร่าเริง มีจิต
ยินดี ยังจิตให้เลื่อมใสในรอยพระบาท เราเห็นต้น
หงอนไก่ ที่ขึ้นมาจากแผ่นดิน มีดอกบานแล้ว จึง
เด็ดมาพร้อมทั้งยอด บูชารอยพระบาทอันประเสริฐสุด
เพราะกรรมที่เราทำไว้แล้วดีนั้น และเพราะความตั้ง
เจตนาไว้ เราละร่างมนุษย์แล้ว ไปสู่ดาวดึงส์พิภพ
เราเข้าถึงกำเนิดใด ๆ คือเป็นเทวดาหรือมนุษย์ ใน
กำเนิดนั้น ๆ เรามีผิวกายเหมือนสีดอกหงอนไก่ มี
รัศมีเป็นแดนซ่านออกจากตน ในกัปที่ ๙๒ แต่ภัทร
กัปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้น
เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชารอยพระ
พุทธบาท. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของ
พระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
ก็โจรเหล่านั้น ฟังธรรมในสำนักของพระเถระแล้ว เกิดความสลดใจ
บวชแล้ว พากันปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ฉะนี้แล.
จบอรรถกถาสัพพมิตตเถรคาถา