Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 51 หน้าที่ 136

เล่ม มมร. 51 หน้า 136 ข้อ 285
พึงเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข แก่ข้าพระองค์ตลอดกาลนาน. พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงสวมรองเท้า เพื่อจะทรงอนุเคราะห์เขา. ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เกิด ในตระกูลแห่งคฤหบดี ในจัมปานคร ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้มีนามว่า ภรตะ. เขาบรรลุนิติภาวะแล้ว ฟังความที่พระโสณเถระบวชแล้ว เกิดความ สลดใจว่า แม้ขึ้นชื่อว่า พระโสณเถระก็ยังบวช ดังนี้ แล้วออกบวช กระทำ บุรพกิจเสร็จแล้ว กระทำกรรมในวิปัสสนา ได้เป็นผู้มีอภิญญา ๖ ต่อกาล ไม่นานนัก. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ ในอปทานว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่า อโนมทัสสี เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านรชน มีพระจักษุ เสด็จออกจากที่ประทับสำราญกลางวันแล้ว เสด็จขึ้น ถนน เราสวมรองเท้าที่ทำอย่างดีออกเดินทางไป ณ ที่ นั้น เราได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า งามน่าดูน่าชม เสด็จดำเนินด้วยพระบาทเปล่า เรายังจิตของตนให้ เลื่อมใส ถอดรองเท้าออกวางไว้แทบพระบาท แล้ว กราบทูลว่า ข้าแต่พระสุคตผู้เป็นมหาวีรบุรุษ เป็นใหญ่ เป็นผู้นำชั้นพิเศษ ขอเชิญพระองค์ทรงสวมรองเท้า เถิด ข้าพระองค์จักได้ผลจากรองเท้าคู่นี้ ขอความ ต้องการของข้าพระองค์จงสำเร็จเถิด พระผู้มีพระภาค เจ้าทรงพระนามว่า อโนมทัสสี เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านรชน ทรงสวมรองเท้าแล้ว ได้ตรัส พระดำรัสนี้ว่า ผู้ใดเลื่อมใสถวายคู่แห่งรองเท้าแก่เรา ด้วยมือทั้งสองของตน เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้ง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka