Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 51 หน้าที่ 194

เล่ม มมร. 51 หน้า 194 ข้อ 298
เมื่อพระศาสนาของพระกัสสปวีรเจ้า กำลัง ถึงความสิ้นสูญอันตรธาน เราได้ขึ้นภูเขาอันล้วนด้วย หิน บำเพ็ญเพียรตามคำสอนของพระพิชิตมาร ก็บัดนี้ เราเกิดในตระกูลเศรษฐี ในพระนครราชคฤห์ มารดา ของเรามีครรภ์ ออกบวชเป็นภิกษุณี พวกภิกษุณีรู้ว่า มารดาของเรามีครรภ์ จึงนำไปหาพระเทวทัต พระ- เทวทัตกล่าวว่า จงนาศนะภิกษุณีผู้ลามกนี้เสีย ถึงใน บัดนี้ มารดาบังเกิดเกล้าของเรา เป็นผู้อันพระพิชิต มารจอมมุนี ทรงอนุเคราะห์ไว้ จึงได้ถึงความสุขใน สำนักของภิกษุณี พระเจ้าแผ่นดินพระนามว่า โกศล ได้ทรงทราบเรื่องนั้น จึงทรงเลี้ยงดูเราไว้ ด้วยเครื่อง บริหารแห่งกุมาร และตัวเรามีชื่อว่า กัสสปะ เพราะ อาศัยพระมหากัสสปเถระ เราจึงถูกเรียกว่า กุมาร- กัสสปะ เพราะได้สดับพระธรรมเทศนา ที่พระพุทธ- เจ้าทรงแสดงถึงกายเช่นเดียวกับจอมปลวก จิตของเรา จึงพ้นจากอาสวกิเลส ไม่ถือมั่นด้วยอุปาทาน โดย ประการทั้งปวง เราได้รับตำแหน่งเอตทัคคะ ก็เพราะ ทรมานพระเจ้าปายาสิ. เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้. ก็พระเถระบรรลุพระอรหัตแล้ว อันพระศาสดาทรงตั้งไว้ในเอตทัคคะ โดยความเป็นผู้กล่าวธรรมอันวิจิตร พิจารณาข้อปฏิบัติของตนแล้ว เมื่อจะ พยากรณ์พระอรหัตผล ด้วยมุขคือประกาศคุณของพระรัตนตรัย ได้กล่าวคาถา ๒ คาถา ความว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka