อาสวะ พระโคดมผู้ทรงเป็นยอดของผู้นำหมู่ จักทรง
ตั้งผู้นั้นไว้ ในเอตทัคคสถาน เราละกิเลสเครื่อง
ประกอบของมนุษย์ ตัดเครื่องผูกพันในภพ กำหนดรู้
อาสวะทั้งปวงแล้ว ไม่มีอาสวะอยู่. เราเผากิเลส
ทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระ-
ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
ก็พระเถระบรรลุพระอรหัตแล้ว ทรงผ้าบังสุกุลจีวร อันประกอบ
ด้วยความเศร้าหมอง ครบทั้ง๓ อย่างคือ เศร้าหมองด้วยมีด เศร้าหมองด้วย
ด้าย (และ) เศร้าหมองด้วยน้ำย้อม ด้วยเหตุนั้น พระศาสดาจึงทรงตั้งท่านไว้
ในตำแหน่งแห่งภิกษุผู้เลิศกว่าบรรดาภิกษุผู้ทรงจีวรอันเศร้าหมองทั้งหลาย.
ในเวลาต่อมา โรคทั้งหลายมีหิดเปื่อยและต่อมน้ำเหลืองเป็นต้น เกิดลุกลาม
ไปตามร่างกายของพระเถระ เพราะกรรมเก่าเป็นปัจจัย (และ) เพราะไม่ทำ
ความสะอาดร่างกาย. พระเถระคิดว่า เสนาสนะทำให้ร่างกายเดือดร้อน จึง
เอาเครื่องลาดที่ทำด้วยฟาง ในนาของชาวมคธ มาปูลาดนอนแม้ในเหมันตฤดู
วันหนึ่ง พระศาสดาตรัสถามท่าน ผู้เข้าไปสู่ที่บำรุง ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ส่วน
ข้างหนึ่ง โดยทำนองปฏิสันถาร ด้วยพระคาถาที่ ๑ ใจความว่า
ดูก่อนโมฆราชภิกษุ ผู้มีผิวพรรณเศร้าหมอง
แต่มีจิตผ่องใส ท่านเป็นผู้มีใจตั้งมั่นเป็นนิตย์ จักทำ
อย่างไรตลอดราตรี แห่งเวลาหนาวเย็นเช่นนี้ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ฉวิปาปก ความว่า ดูก่อนท่านผู้ชื่อว่า
มีผิวพรรณเศร้าหมอง คือ ชื่อว่า มีผิวพรรณไม่ผ่องใส เพราะความเป็นผู้
มีผิวพรรณ แตกไหลเยิ้มไปด้วย หิดเปื่อย หิตด้าน และต่อมน้ำเหลืองเป็นต้น.