ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายผลไม้ใดในกาลนั้น
ด้วยการถวายผลไม้นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่ง
การถวายผลไม้ เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว . . . ฯลฯ . . .
พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ก็ครั้นท่านบรรลุพระอรหัตแล้ว พิจารณาการปฏิบัติของตน เกิด
ปีติโสมนัส ได้กล่าว ๕ คาถา๑เหล่านี้ว่า
ภิกษุไปป่าช้าผีดิบ ได้เห็นซากศพผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เขา
ทิ้งไว้ในป่าช้า มีหมู่หนอนฟอนกัดกินอยู่ ก็ธรรมดาคนหนึ่ง
ชอบสวยชอบงามบางพวกได้เห็นซากศพ อันเป็นของเลว-
ทราม ย่อมเกลียด แต่ความกำหนัดรักใคร่ย่อมเกิดแก่เรา
เราเป็นเหมือนคนตาบอด เพราะไม่เห็นของไม่สะอาดที่
ไหลออกจากทวารทั้ง ๙ ในซากศพนั้น ภายในเวลาหุงข้าว
หม้อหนึ่งสุก เราหลีกออกจากที่นั้น เรามีสติสัมปชัญญะ
เข้าไปสู่ที่ควรแห่งหนึ่ง ทีนั้น การกระทำไว้ในใจโดยอุบาย
อันชอบจึงเกิดขึ้นแก่เรา โทษปรากฏแก่เรา ความเหนื่อย
หน่ายก็ตั้งมั่น ลำดับนั้น จิตของเราก็หลุดพ้นจากกิเลส
ขอท่านจงดูความที่ธรรมเป็นธรรมดีเลิศเถิด เพราะวิชชา
๓ เราได้บรรลุแล้ว เราได้ทำกิจในพระพุทธศาสนาเสร็จ
แล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ภิกฺขุ สีวถิกํ คนฺตฺวา ความว่า ชื่อว่า
๑. ขุ. เถร. ๒๖/ข้อ ๓๓๕.