Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 52 หน้าที่ 99

เล่ม มมร. 52 หน้า 99 ข้อ 340
บทว่า นทึ เนรญฺชรํ อคา ความว่า ได้ไปสู่แม่น้ำชื่อว่าเนรัญชรา. อธิบายว่า ไปสู่อาศรมของอุรุเวลกัสสปะ พี่ชายของเรา ใกล้ฝั่งแห่ง แม่น้ำนั้น . บัดนี้ เพื่อจะไขความตามที่กล่าวแล้วจึงกล่าวว่า ยสฺสาหํ ดังนี้ เป็นต้น. บทว่า ยสฺส ได้แก่ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด. บทว่า ธมฺมํ สุตฺวา ความว่า ฟังธรรมอันเกี่ยวด้วยสัจจะ ๔ คือ ได้รับฟังตามกระแสแห่งโสตทวาร. บทว่า มิจฺฉาทิฏฺึ วิวชฺชยึ ความว่า ละซึ่งการเห็นผิดตรงกันข้าม (ผิดแผก) อันเป็นไปโดยนัยมีอาทิว่า ความบริสุทธิ์ย่อมมีด้วยยัญเป็นต้น เพื่อจะแสดงให้พิสดาร ซึ่งความที่กล่าวด้วยบทว่า มิจฺฉาทิฏฺึ วิวชฺชยึ นี้ จึงกล่าวคำมีอาทิว่า ยชึ ดังนี้ . บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยชึ อุจฺจาวเจ ยญฺเ ความว่า บูชายัญ ที่ปรากฏ คือยัญต่าง ๆ มีการบวงสรวงพระจันทร์ และการบูชาด้วย ข้าวตอกและน้ำที่ควรดื่มเป็นต้น. บทว่า อคฺคิหุตฺตํ ชุหึ อหํ ความว่า เมื่อรับวัตถุที่เขานำมาบูชา ด้วยอำนาจการบูชายัญเหล่านั้น จึงบำเรอไฟ. บทว่า เอสา สุทฺธีติ มญฺนฺโต ความว่า สำคัญอยู่ว่า ยัญกิริยา คือการบำเรอไฟนี้ เป็นการบริสุทธิ์โดยความเป็นเหตุให้บริสุทธิ์ คือเป็น การหมดจดจากสงสารย่อมมีแก่เราด้วยอาการอย่างนี้. บทว่า อนฺธภูโต ปุถุชฺชโน ความว่า ชื่อว่าเป็นปุถุชนคนบอด เพราะบกพร่องทางจักขุคือปัญญา ได้แก่ เพราะไม่มีปัญญาจักษุ. การ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka